รูปร่างเป็นแคลมป์เหมือนกันแต่วัดคนละส่วนได้
แคลมป์วัดกระแสอาศัยสนามจากกระแสในตัวนำ แต่เซนเซอร์ภายในมีหลายหลักการ แคลมป์ที่วัดกระแสสลับได้ไม่ได้แปลว่าวัดกระแสตรงได้ด้วย และการมีช่องวัดแรงดันกระแสตรงบนตัวเครื่องก็ไม่ใช่หลักฐานว่าปากแคลมป์รองรับกระแสตรง ต้องตรวจรายการวัดกระแสของรุ่นและหัววัดที่ต่อจริง ไม่ดูเฉพาะตัวอักษร AC/DC ซึ่งอาจอยู่ในบริบทของปริมาณอื่น
งานที่กระแสเป็นพัลส์ทิศเดียวมีทั้งค่าเฉลี่ยกระแสตรงและส่วนที่เปลี่ยนรอบค่าเฉลี่ย หากใช้เซนเซอร์ที่ตอบเฉพาะส่วนเปลี่ยน รูปบนจออาจแกว่งทั้งบวกและลบทั้งที่กระแสจริงไม่กลับทิศ จึงต้องรู้หลักการและการคัปปลิงก่อนแปลว่าพลังงานไหลกลับหรือมีการลัดวงจร บทนี้ใช้สัญญาณแรงดันต่ำที่กำหนดขึ้นเพื่อฝึกแยกองค์ประกอบ
- หม้อแปลงกระแส
ตรวจส่วนเปลี่ยน ไม่อ่าน DC คงตัว
- ฮอลล์
รองรับสนามคงที่ได้ในระบบ AC/DC
- โรโกวสกี
ใช้สัญญาณอนุพันธ์และอินทิเกรตสำหรับ AC
- เครื่องรับ
โหมดและคัปปลิงต้องรักษาส่วนที่ต้องการ
สรุปหลักการ ไม่กำหนดแบนด์วิดท์สากล
หลักการตรวจสนามสามแบบ
แบบหม้อแปลงกระแสใช้การเปลี่ยนฟลักซ์เชื่อมกับขดลวด จึงไม่ส่งค่ากระแสตรงคงที่ในสภาพคงตัว แบบฮอลล์ตรวจสนามรวมถึงสนามคงที่ได้เมื่อออกแบบเป็นระบบวัดกระแส AC/DC ส่วนขดลวดโรโกวสกีให้สัญญาณสัมพันธ์กับอัตราเปลี่ยนกระแสแล้วนำไปอินทิเกรต จึงใช้กับกระแสสลับในขอบเขตที่ระบบรองรับ การเป็นสายอ่อนโค้งได้ไม่ทำให้ตรวจส่วนตรงได้เอง
บางโพรบผสมวิธีตรวจหลายอย่างเพื่อครอบคลุมทั้งส่วนช้าและส่วนเร็ว จึงไม่ควรตัดสินขีดจำกัดความถี่จากคำว่าฮอลล์เพียงคำเดียว ต้องอ่านแบนด์วิดท์ทั้งระบบและชนิดเอาต์พุตจริง อีกทั้งเซนเซอร์บางตัวต้องใช้ภาคจ่ายไฟหรือเครื่องรับเฉพาะ ไม่สามารถต่อกับช่องแรงดันทั่วไปแล้วได้ค่ากระแสถูกต้องโดยไม่มีการตั้งความไวหรือการเทอร์มิเนตตามข้อกำหนด
ตัวอย่างกระแสตรงบวกไซน์
สมมติกระแสในตัวนำเป็น i(t)=2+0.5sin(2πft) A โดยความถี่ f อยู่ในย่านที่เครื่องสมมติวัดได้ กระแสต่ำสุดคือ 1.5 A และสูงสุด 2.5 A จึงไม่มีการกลับทิศ ค่าเฉลี่ยเป็น 2 A ส่วนสลับมีขนาดยอด 0.5 A และค่าประสิทธิผล 0.5/√2 ประมาณ 0.354 A หากโหมดวัดตัดค่าเฉลี่ยออก จะเห็นส่วนสลับนี้ ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยกระแสที่เลี้ยงโหลด
ค่าประสิทธิผลรวมของกระแสทั้งรูปคือ √(2²+0.5²/2) = √4.125 ประมาณ 2.031 A การรายงาน 0.354 A กับ 2.031 A จึงอาจถูกทั้งคู่เมื่อระบุว่าอันแรกเป็นเฉพาะส่วนสลับและอันหลังรวมส่วนตรง ไม่ควรกล่าวว่าเครื่องสองตัวต่างกันเกือบหกเท่าเพราะตัวหนึ่งเสียโดยยังไม่ตรวจโหมด ทุกจำนวนในตัวอย่างถูกสร้างขึ้น ไม่ใช่ผลวัดเครื่องรุ่นใด
- ช่วงกระแส
1.5 ถึง 2.5 A; ไม่กลับทิศ
- ส่วนตรง
ค่าเฉลี่ย 2 A
- ส่วนสลับ
RMS = 0.5 ÷ √2 ≈ 0.354 A
- รวมทั้งรูป
RMS = √4.125 ≈ 2.031 A
สัญญาณสมมติ ไม่ใช่สเปกผลิตภัณฑ์
มีเซนเซอร์ DC ยังต้องเลือกการแสดงให้ถูก
แม้หัววัดตรวจส่วนตรงได้ ถ้าออสซิลโลสโคปหรือเครื่องรับตั้งคัปปลิงตัดกระแสตรง ก็ยังไม่เห็นฐาน 2 A ในตัวอย่าง ต้องตรวจเส้นทางตั้งแต่หัววัดจนถึงการแสดงผล การแปลงแรงดันเอาต์พุตเป็นแอมแปร์ต้องใช้ความไวของย่านที่เลือก ไม่เอาค่าจากย่านหนึ่งไปใช้กับอีกย่านโดยไม่ตรวจ และต้องดูด้วยว่าเอาต์พุตเป็นรูปคลื่นหรือเป็นระดับแทนค่าประสิทธิผล
ตัวเลขค่าประสิทธิผลไม่บอกทิศของกระแส การยกกำลังสองทำให้ค่าติดลบกลายเป็นบวกก่อนเฉลี่ย หากต้องดูการไหลกลับต้องใช้รูปคลื่นที่รักษาเครื่องหมายหรือรายการค่าเฉลี่ยที่มีทิศพร้อมนิยามลูกศรของแคลมป์ ไม่ใช้ผล RMS ที่เป็นบวกสรุปว่ากระแสไหลจากแหล่งไปโหลดตลอดเวลา และไม่ใช้รูปที่ตัดฐานออกสรุปว่ามีกระแสกลับจริง
ตรวจศูนย์และขอบเขตก่อนวัดส่วนตรงเล็ก
แคลมป์ที่ตรวจสนามคงที่ได้รับผลจากศูนย์เลื่อนและสนามภายนอกได้ ต้องเตรียมและตั้งศูนย์ตามคู่มือในสภาพที่ไม่มีตัวนำอยู่ในปากตามวิธีของรุ่นนั้น การตั้งศูนย์ขณะยังมีกระแสจะลบกระแสจริงบางส่วนออกจากการแสดง อย่ากดศูนย์เพียงเพราะอยากให้ตัวเลขพื้นฐานดูสวย โดยเฉพาะเมื่อกำลังเปรียบเทียบกระแสค้างก่อนหลังการทดลอง
พิกัดกระแสต่อเนื่อง ยอดสูงสุด แบนด์วิดท์ และความละเอียดล้วนต้องพอกับรูปที่วัด กระแสเฉลี่ยต่ำแต่ยอดสูงอาจเกินช่วงของหัววัดได้ และหัววัด AC ที่ได้ศูนย์บนกระแสตรงไม่ได้พิสูจน์ว่าตัวนำไม่มีกระแส ก่อนใช้ผลศูนย์ประกอบการตัดสินต้องยืนยันว่าหลักการเครื่องมือตรวจปริมาณนั้นได้จริงในสภาพที่ใช้
จัดชื่อผลให้คนอ่านไม่ต้องเดาโหมด
รายงานให้ชัดว่ากระแสเฉลี่ย 2 A ส่วนสลับ RMS 0.354 A หรือ RMS รวม 2.031 A ในตัวอย่าง พร้อมชนิดหัววัด โหมดเครื่องรับ และความถี่ที่เกี่ยวข้อง หากส่งเฉพาะค่ากระแสหนึ่งตัวโดยไม่มีโหมด คนอื่นอาจเอาไปคำนวณกำลังหรือความร้อนผิดประเภทได้ การระบุชื่อปริมาณให้ตรงช่วยลดความผิดพลาดมากกว่าการเพิ่มทศนิยม
เมื่อตรวจซ้ำด้วยเครื่องมืออีกชนิด ต้องตั้งให้วัดองค์ประกอบเดียวกันและใช้ช่วงเวลาเดียวกันก่อน หากยังต่างจึงค่อยตรวจการโหลด ความไว และแบนด์วิดท์ต่อ บทเรียนจากแบบจำลองคือการเลือกเครื่องมือเริ่มที่สิ่งที่อยากวัด ไม่ใช่เริ่มที่รูปร่างปากแคลมป์หรือการที่หน้าจอขึ้นหน่วยแอมแปร์เหมือนกัน


