การมีรูปคลื่นบนหน้าจอไม่ได้หมายความว่าสัญญาณผ่านเงื่อนไขทริกเกอร์แล้วเสมอ โหมดอัตโนมัติช่วยให้มองเห็นข้อมูลระหว่างตั้งเครื่อง ส่วนโหมดปกติช่วยรอเฉพาะเหตุการณ์ที่ตรงเงื่อนไข หากไม่แยกสองหน้าที่นี้อาจตีความภาพที่ลื่นหรือภาพเก่าค้างว่าเป็นพฤติกรรมปัจจุบันของวงจร บทนี้ใช้พัลส์แรงดันต่ำที่เว้นช่วงนานเพื่อฝึกอ่านสถานะร่วมกับภาพ
ภาพใหม่อาจไม่ได้มาจากเหตุการณ์ที่ต้องการ
เอกสารระบบควบคุมของ Tektronix ระบุว่าโหมดปกติรอเงื่อนไขทริกเกอร์ ส่วนโหมดอัตโนมัติสามารถสร้างการแสดงเมื่อรอแล้วไม่มีทริกเกอร์ที่เข้าเงื่อนไข รายละเอียดเวลารอเป็นของแต่ละเครื่องและค่าตั้ง จึงไม่ควรจำค่ารอจากตัวอย่างไปใช้กับเครื่องจริง ประเด็นที่ต้องตรวจคือภาพนั้นมีสถานะบ่งชี้การทริกเกอร์อย่างไร ไม่ใช่เพียงมีเส้นปรากฏ
โหมดอัตโนมัติเหมาะกับการค้นว่ามีแรงดันอยู่ในย่านใดก่อนวางระดับข้าม แต่ภาพที่ถูกแสดงโดยไม่สัมพันธ์กับขอบอาจดูเลื่อนไปมา การเพิ่มความเข้มหรือเปลี่ยนฐานเวลาไม่ได้แก้เหตุว่าจุดเริ่มภาพยังไม่ผูกกับเหตุการณ์ เมื่อเห็นระดับสัญญาณแล้วควรเลือกแหล่ง ขอบ และระดับที่ต้องการ แล้วตรวจด้วยโหมดปกติว่าจับได้จริง
- ตรวจเงื่อนไข
แหล่ง ขอบ และระดับต้องตรงพัลส์
- อัตโนมัติ
อาจแสดงเมื่อรอแล้วไม่มีทริกเกอร์
- ปกติ
รอเหตุการณ์ที่เข้าเงื่อนไข
- ยืนยันภาพใหม่
ตรวจตัวนับหรือเวลาระเบียน ไม่ดูความนิ่งอย่างเดียว
โหมดอัตโนมัติอาจแสดงโดยไม่มีขอบเข้าเงื่อนไข
ตัวอย่างสมมติ: พัลส์มาทุกสองวินาที
กำหนดให้แหล่งทดลองส่งพัลส์ 0 ถึง 3 V ทุก 2 s แต่ตั้งทริกเกอร์ขาขึ้นที่ 4 V ไม่มีขอบใดผ่านเงื่อนไขนี้ สมมติเพื่ออธิบายเท่านั้นว่าเครื่องในโหมดอัตโนมัติบังคับแสดงทุก 0.1 s จะมีโอกาสแสดงตามตัวจับเวลาราว 2 ÷ 0.1 = 20 รอบในช่วงระหว่างพัลส์ ภาพเหล่านั้นไม่ใช่หลักฐานว่ามีขอบถึง 4 V และจำนวนรอบจริงอาจได้รับผลจากเวลารับข้อมูลและการประมวลผล
เมื่อลดระดับเป็น 1.5 V และเลือกโหมดปกติ พัลส์ที่ผ่านจาก 0 ไป 3 V จะเข้าเงื่อนไขขาขึ้นได้ ถ้าส่งที่เวลา 2, 4, 6, 8 และ 10 s และเครื่องพร้อมก่อนเวลา 2 s จะมีพัลส์ต้นทางห้าลูกในช่วงที่กำหนด การเก็บได้ครบห้าครั้งต้องตรวจตัวนับและระเบียน ไม่ใช้การคาดตามคาบเป็นหลักฐานรับข้อมูลครบ หากบันทึกเพียงสามครั้งให้ค้นช่วงไม่พร้อมหรือเงื่อนไขอื่นที่ยังขัดอยู่
หน้าจอค้างต้องแยกจากสัญญาณคงที่
ในโหมดปกติ ถ้าหยุดส่งพัลส์ ภาพล่าสุดอาจยังอยู่บนจอโดยไม่มีข้อมูลใหม่ รูปที่ดูนิ่งจึงอาจเป็นอดีต ไม่ใช่แรงดันปัจจุบัน ตรวจสถานะรอทริกเกอร์ จำนวนการรับข้อมูล หรือตราเวลาของระเบียน การถอดสายแล้วเห็นภาพเดิมไม่ใช่หลักฐานว่าเครื่องยังวัดสัญญาณผ่านอากาศ แต่ต้องตรวจว่ากำลังดูภาพเก่าหรือข้อมูลปัจจุบันก่อน
ถ้าต้องการพิสูจน์ความใหม่ของภาพในชุดทดลอง ให้เปลี่ยนแอมพลิจูดแหล่งกำเนิดในขอบเขตปลอดภัยที่กำหนดไว้ แล้วส่งพัลส์หนึ่งครั้งและดูว่าระเบียนเปลี่ยนตามหรือไม่ การทดสอบนี้ควรทำก่อนรอเหตุการณ์จริงที่เกิดยาก เพราะช่วยแยกการตั้งค่าไม่รับข้อมูลออกจากการไม่เกิดอาการ โดยไม่ต้องเดาจากเส้นบนจอเพียงอย่างเดียว
- พัลส์ต้นทาง
0–3 V ทุก 2 s
- ตั้ง 4 V
ไม่มีขอบผ่าน; Auto อาจยังแสดงภาพ
- ตัวจับเวลาสมมติ
2 ÷ 0.1 = 20 รอบแสดงเชิงแบบจำลอง
- ตั้ง 1.5 V
Normal รับได้เมื่อพร้อมและขอบขาขึ้นมาถึง
เวลา 0.1 s เป็นสมมติฐานอธิบาย ไม่ใช่เวลารอของสินค้า
แยกโหมดทริกเกอร์จากวิธีประมวลผล
คำว่าอัตโนมัติในทริกเกอร์ไม่เหมือนการตั้งย่านอัตโนมัติหรือการจัดหน้าจออัตโนมัติ และโหมดปกติไม่ได้หมายความว่าเครื่องไม่เฉลี่ยข้อมูล ต้องตรวจเมนูรับข้อมูลด้วย หากเปิดเฉลี่ยหลายรอบอยู่ ภาพที่ออกมาอาจต้องรอจำนวนครั้งเพิ่มหรือรวมหลายพัลส์ จึงไม่เหมาะกับการยืนยันรูปร่างของพัลส์เดี่ยวที่เพิ่งส่งโดยไม่อ่านสถานะ
การใช้บังคับทริกเกอร์มีประโยชน์เมื่อจะดูระดับฐานขณะไม่มีพัลส์ แต่ควรแยกระเบียนเหล่านั้นออกจากชุดหลักฐานเหตุการณ์จริง โดยเฉพาะเมื่อนับจำนวนผิดปกติ หากข้อมูลที่จับโดยตัวจับเวลาหรือคำสั่งบังคับปะปนกับข้อมูลขอบจริง ตัวส่วนของสถิติจะเปลี่ยนและทำให้สัดส่วนผิดปกติดูต่ำลงโดยไม่มีเหตุทางวงจร
อีกกรณีที่ควรทดสอบคือส่งพัลส์จริงเพียงหนึ่งลูกแล้วหยุดแหล่งกำเนิด ในโหมดปกติให้ดูว่าตัวนับหยุดเปลี่ยนหลังลูกนั้น แม้ภาพยังค้างอยู่ จากนั้นใช้โหมดอัตโนมัติเพื่อดูระดับปัจจุบันโดยบันทึกว่ารูปใหม่อาจมาจากการบังคับแสดง การสลับเช่นนี้ช่วยสอนความต่างของข้อมูลอดีตกับระดับปัจจุบันได้โดยไม่ต้องถอดสายหรือเปลี่ยนย่านวัดระหว่างการเปรียบเทียบ
ลำดับตรวจเมื่อรอแล้วเงียบ
เริ่มตรวจช่วงแรงดันและขั้วสัญญาณว่ามีการข้ามระดับจริง จากนั้นตรวจช่องต้นทาง การเชื่อมต่อทริกเกอร์ การหน่วง และช่วงเว้นทริกเกอร์ที่อาจยังเปิดอยู่ หากยังไม่แน่ใจให้ใช้สัญญาณฝึกที่รู้เงื่อนไขแทนชั่วคราวเพื่อยืนยันความพร้อม แล้วคืนค่าก่อนเริ่มทดลองเป้าหมาย การเปลี่ยนหลายเมนูพร้อมกันอาจทำให้จับได้แต่ไม่รู้ว่าเงื่อนไขใดเป็นต้นเหตุ
บันทึกในรายงานว่าใช้โหมดใด มีการบังคับจับหรือไม่ และยืนยันความใหม่ของข้อมูลด้วยอะไร ตัวอย่างนี้ควรรายงานว่า 4 V สูงกว่ายอด 3 V จึงไม่เข้าเงื่อนไข และการลดเป็น 1.5 V ทำให้ขอบมีสิทธิ์ทริกเกอร์ ไม่เขียนว่าโหมดปกติทำให้พัลส์แรงขึ้น เพราะโหมดทริกเกอร์เปลี่ยนการคัดเลือกข้อมูล ไม่ได้เป็นแหล่งจ่ายให้ชุดทดลอง


