เครื่องมือและการวัด

เว้นทริกเกอร์ช่วยจัดกลุ่มพัลส์ให้จับจุดเดิม

คำนวณช่วงเว้นจากกลุ่มพัลส์สมมติ และอธิบายเหตุที่ภาพนิ่งขึ้นอาจแลกกับการมองข้ามเหตุการณ์

กลุ่มพัลส์ที่มีขอบเหมือนกันหลายลูกอาจทำให้เครื่องสลับจับต้นกลุ่มกับกลางกลุ่ม ภาพจึงดูหลายแบบทั้งที่รูปแบบต้นทางทำซ้ำเหมือนเดิม การเว้นทริกเกอร์ช่วยกันขอบบางช่วงออกจากการพิจารณา แต่ทำให้เครื่องจงใจไม่ตอบสนองต่อเหตุการณ์ในช่วงนั้นด้วย บทนี้ใช้กลุ่มพัลส์แรงดันต่ำสมมติเพื่อวางค่าที่มีเหตุผลและตรวจสิ่งที่ถูกกันออก

ช่วงเว้นคือข้อจำกัดการรับทริกเกอร์

เอกสาร Holdoff ของ Keysight อธิบายการเว้นแบบคงที่เพื่อช่วยจัดแนวกลุ่มพัลส์ และมีแบบสุ่มสำหรับสำรวจคนละส่วนของสัญญาณ ความสามารถและจุดเริ่มนับต้องยึดคู่มือเครื่องจริง ไม่ใช้สูตรจากตัวอย่างโดยไม่ตรวจ เพราะบางระบบสัมพันธ์กับรอบรับข้อมูลและการพร้อมใหม่ต่างกัน บทนี้กำหนดแบบจำลองให้นับช่วงเว้นจากทริกเกอร์ที่ยอมรับเพื่อคำนวณได้ชัด

ช่วงเว้นไม่ได้เปลี่ยนความกว้างหรือระยะห่างพัลส์ในวงจร และไม่เหมือนการหน่วงตำแหน่งแสดงผล การหน่วงภาพทำให้เห็นข้อมูลเวลาอื่น ส่วนการเว้นทำให้บางขอบไม่มีสิทธิ์เริ่มระเบียนถัดไป ถ้าต้องการดูปลายกลุ่ม ควรเลือกช่วงบันทึกที่ครอบคลุมปลายกลุ่ม ไม่เพิ่มช่วงเว้นแล้วคาดว่าหน้าจอจะเลื่อนไปปลายโดยอัตโนมัติ

ภาพอธิบาย 1เว้นการยอมรับขอบ
  1. จับขอบแรก

    เริ่มนับช่วงเว้นตามนิยามเครื่อง

  2. กันขอบท้าย

    ขอบในช่วงเว้นไม่เริ่มระเบียนใหม่

  3. พร้อมอีกครั้ง

    ต้องพ้นช่วงเว้นและเครื่องพร้อมรับ

  4. ตรวจทั้งกลุ่ม

    ระเบียนต้องยาวพอสำหรับพัลส์ที่สนใจ

ช่วงเว้นคัดขอบทริกเกอร์ ไม่เปลี่ยนสัญญาณต้นทาง

ตัวอย่างสมมติ: สามขอบในหนึ่งกลุ่ม

กำหนดให้ขอบขาขึ้นอยู่ที่ 0, 20 และ 40 µs ในแต่ละกลุ่ม และเริ่มกลุ่มใหม่ทุก 200 µs หากเครื่องพร้อมรับถี่พอและไม่มีช่วงเว้น ขอบทั้งสามมีสิทธิ์เป็นทริกเกอร์ได้ สมมติจับขอบแรกที่ 0 แล้วตั้งช่วงเว้น 60 µs ขอบที่ 20 กับ 40 จะถูกกันออก ส่วนขอบเริ่มกลุ่มถัดไปที่ 200 µs อยู่หลังสิ้นช่วงเว้นแล้วจึงมีสิทธิ์จับ

เงื่อนไขเชิงแบบจำลองเพื่อกันสองขอบท้ายแต่ไม่กันต้นกลุ่มถัดไปคือ 40 µs < H < 200 µs โดย H เป็นช่วงเว้นที่นับจากขอบแรก เลือก 60 µs จึงมีระยะจากขอบท้าย 20 µs และระยะถึงต้นกลุ่มถัดไป 140 µs ตัวเลขนี้ยังไม่รวมเวลาที่เครื่องต้องเก็บและพร้อมใหม่ ซึ่งอาจทำให้พลาดกลุ่มถัดไปแม้ H อยู่ในช่วงที่คำนวณ

ค่ายาวเกินอาจข้ามทั้งกลุ่ม

ถ้าตั้ง H = 220 µs หลังจับที่ศูนย์ ขอบที่ 200 และ 220 µs จะอยู่ในหรือใกล้ขอบเขตช่วงเว้น ขอบที่ 240 µs อาจเป็นจุดแรกที่มีสิทธิ์ตามกติกาปลายช่วงของเครื่อง ทำให้จับกลางกลุ่มแทนต้นกลุ่ม จึงไม่ควรคิดว่ายิ่งเว้นนานภาพยิ่งถูกต้อง การทดสอบควรดูทั้งภาพและตำแหน่งขอบต้นทางที่ทำให้เกิดทริกเกอร์จริง

ในตัวอย่างกลุ่มทุก 200 µs ความถี่กลุ่มคือ 1 ÷ 200 µs = 5 kHz แต่มีสามขอบต่อกลุ่ม จึงมี 15,000 ขอบขาขึ้นต่อวินาทีในต้นทาง การจัดทริกเกอร์ให้ต้นกลุ่มเพียงครั้งเดียวไม่ควรถูกอธิบายว่าแหล่งกำเนิดลดความถี่เหลือหนึ่งในสาม เครื่องเปลี่ยนการคัดเลือกขอบ ไม่ได้เปลี่ยนจำนวนขอบที่วงจรส่งออก

ภาพอธิบาย 2เลือกช่วงเว้นหกสิบไมโครวินาที
  1. กลุ่มพัลส์

    ขอบ 0, 20, 40 µs; กลุ่มใหม่ 200 µs

  2. เงื่อนไข

    40 < H < 200 µs

  3. เลือก H = 60

    กัน 20 และ 40; ขอบ 200 มีสิทธิ์

  4. ต้นทางคงเดิม

    5 kHz ต่อกลุ่ม × 3 ขอบ = 15,000 ขอบ/s

สมมตินับจากทริกเกอร์และเครื่องพร้อมก่อนกลุ่มถัดไป

ตรวจจุดเริ่มและความยาวจริงของกลุ่ม

ก่อนกำหนดค่าคงที่ ให้เก็บช่วงยาวพอเห็นหลายกลุ่มและดูว่าจำนวนพัลส์หรือระยะกลุ่มเปลี่ยนได้หรือไม่ ถ้ามีกลุ่มยาวกว่าปกติ ช่วงเว้นที่เหมาะกับกลุ่มสั้นอาจเปิดรับกลางกลุ่มยาวได้ ถ้าระยะระหว่างกลุ่มหด ช่วงเว้นเดิมอาจข้ามต้นกลุ่ม วิธีแก้ควรอิงรูปแบบที่แยกต้นกลุ่มได้ เช่น สัญญาณเริ่มร่วม หรือเงื่อนไขลำดับเหตุการณ์เมื่อเครื่องรองรับ

ถ้าไม่มีสัญญาณต้นกลุ่มที่แน่นอน การใช้ทริกเกอร์ขอบพร้อมเว้นอาจจัดแนวได้หลังเข้าสู่จังหวะหนึ่ง แต่ยังต้องพิสูจน์ว่าจังหวะนั้นเป็นตำแหน่งที่ตั้งใจ การดูขอบหนึ่งบนจอนิ่งไม่พอ ให้ตรวจลูกก่อนหน้าและหลังหรือช่องอ้างอิงที่แสดงขอบเขตกลุ่ม การเพิ่มประวัติก่อนทริกเกอร์ช่วยตรวจว่ามีลูกก่อนหน้าถูกตัดออกหรือไม่

หากลองเริ่มรอระหว่างกลุ่ม เครื่องอาจจับขอบที่ 20 หรือ 40 µs เป็นครั้งแรกแล้วค่อยจัดแนวใหม่ในรอบต่อมา ให้เก็บระเบียนแรกแยกจากระเบียนหลังเข้าสู่จังหวะ และตรวจว่าต้นกลุ่มที่เห็นในช่วงคงตัวเป็นขอบที่ต้องการจริง การที่ค่าช่วงเว้นเหมาะกับกลุ่มเมื่อเริ่มจากขอบแรกไม่ได้รับรองว่าการเริ่มรอที่เวลาใดก็จะเลือกขอบแรกทันที

ข้อมูลที่เว้นออกต้องไม่หายจากคำอธิบาย

ถ้าเป้าหมายคือค้นความผิดปกติในทุกลูก อย่าใช้ภาพที่จัดต้นกลุ่มได้สวยเป็นเหตุให้ละเลยลูกที่อยู่ในช่วงเว้น ต้องให้ระเบียนที่รับครอบคลุมทั้งกลุ่มและตรวจความละเอียดพอ หรือทำการทดลองเพิ่มเติมที่ลดการคัดเลือก การจับเฉพาะต้นกลุ่มอย่างเดียวอาจทำให้พลาดความผิดปกติกลางกลุ่มหากช่วงบันทึกสั้น

รายงานค่าช่วงเว้นพร้อมนิยามจุดนับ ช่วงบันทึกจริง จำนวนกลุ่มที่รับ และขอบที่ถูกกันออก เมื่อปรับเว้นแล้วภาพนิ่งขึ้น ให้สรุปว่าการจัดแนวดีขึ้นตามเงื่อนไขนี้ ไม่เขียนว่าวงจรหายแกว่ง เพราะรอยซ้อนที่หายอาจเป็นผลของการคัดข้อมูลทั้งหมด การแยกหน้าที่เช่นนี้ช่วยใช้ช่วงเว้นเพื่ออ่านโครงสร้างโดยยังมองเห็นข้อจำกัดการค้นเหตุการณ์

แหล่งอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม

เรียบเรียงคำอธิบายและตัวอย่างขึ้นใหม่จากหลักการในแหล่งข้อมูลต่อไปนี้

  1. Holdoff · Keysight Technologies

อ่านต่อเรื่องใกล้กัน

ถามเรื่องหนังสือ ตะกร้า