การดู CAN FD ต้องสนใจทั้งเวลาของบิตและความเร็วที่แรงดันเปลี่ยนบนขอบ สัญญาณที่ส่งข้อมูลด้วยอัตราหนึ่งอาจมีขอบเร็วกว่าคาบบิตมาก เครื่องมือที่เห็นระดับสูงต่ำได้จึงอาจยังไม่เห็นรายละเอียดสะท้อนหรือยอดสั้นที่ต้องการวิเคราะห์ บทความนี้แยกแบนด์วิดท์กับอัตราเก็บตัวอย่าง และใช้ตัวเลขสมมติช่วยประเมินขอบเขตหลักฐานโดยไม่กำหนดรุ่นเครื่องมือที่ต้องซื้อ
แบนด์วิดท์และจำนวนตัวอย่างทำหน้าที่ต่างกัน
แบนด์วิดท์เกี่ยวกับการตอบสนองความถี่ของทางสัญญาณอนาล็อกก่อนและระหว่างการวัด ส่วนอัตราเก็บตัวอย่างบอกความถี่ที่ระบบเก็บค่ามาเป็นข้อมูลดิจิทัล ทั้งสองอย่างร่วมกำหนดรายละเอียดที่เห็น การเพิ่มจำนวนจุดดิจิทัลไม่คืนองค์ประกอบเร็วที่ภาคอนาล็อกลดทอนไป และแบนด์วิดท์สูงก็ไม่ทดแทนการเก็บตัวอย่างที่ห่างเกินสำหรับเหตุการณ์ครั้งเดียว
หัววัดเป็นส่วนหนึ่งของทางสัญญาณด้วย คุณสมบัติของตัวเครื่องอย่างเดียวจึงไม่รับรองทั้งชุด การเปิดหลายช่อง เปลี่ยนระยะเวลาบันทึก หรือใช้โหมดเก็บต่างกันอาจเปลี่ยนอัตราเก็บที่ใช้งานจริง ต้องตรวจค่าที่หน้าจอรายงานหลังตั้งงาน ไม่อ้างตัวเลขสูงสุดบนหน้าผลิตภัณฑ์แทนค่าที่ได้ในสถานการณ์นั้น
- หัววัดและแบนด์วิดท์
กำหนดการตอบสนองต่อองค์ประกอบเร็วของขอบก่อนเป็นข้อมูลดิจิทัล
- อัตราเก็บตัวอย่าง
กำหนดระยะห่างเวลาแต่ละจุด ต้องดูค่าที่ใช้งานจริงหลังตั้งหน้าต่าง
- การวาดหน้าจอ
เส้นเชื่อมระหว่างจุดอาจเป็นการแทรกค่า ไม่ใช่ข้อมูลที่วัดเพิ่ม
การเพิ่มจุดดิจิทัลไม่คืนสัญญาณที่ภาคอนาล็อกลดทอน และการซูมไม่สร้างการวัดใหม่
ตัวอย่างสมมติของระยะห่างจุดกับคาบบิต
สมมติช่วงข้อมูลมีอัตรา 2 เมกะบิตต่อวินาที คาบหนึ่งบิตคือ 0.5 ไมโครวินาที ถ้าเก็บที่ 20 ล้านตัวอย่างต่อวินาที ระยะห่างตัวอย่างเท่ากับ 50 นาโนวินาที จึงมีประมาณสิบช่วงตัวอย่างต่อคาบบิต แต่ถ้าขอบเปลี่ยนระดับใน 20 นาโนวินาที ระยะห่างจุด 50 นาโนวินาทียังใหญ่กว่าขอบนั้น จึงไม่พออธิบายรูปร่างขอบอย่างละเอียดแม้อาจเห็นระดับบิต
หากใช้ 200 ล้านตัวอย่างต่อวินาที ระยะห่างลดเหลือ 5 นาโนวินาที ขอบสมมติ 20 นาโนวินาทีครอบคลุมประมาณสี่ช่วงตัวอย่าง อย่างไรก็ตามการมีจุดมากขึ้นอย่างเดียวไม่รับประกันความแม่นยำของเวลาขอบ เพราะยังมีการตอบสนองหัววัด แบนด์วิดท์ และตำแหน่งเวลาที่ตัวอย่างตกอยู่ ตัวเลขเหล่านี้เป็นการคำนวณความหนาแน่นข้อมูล ไม่ใช่เกณฑ์รับรองเครื่องมือทุกแบบ
นำไปใช้วางการบันทึกตามสิ่งที่ต้องดู
- ระบุว่าต้องการถอดเฟรม ดูคาบบิต หรือวัดรูปขอบ เพราะแต่ละคำถามต้องการรายละเอียดต่างกัน
- ตรวจแบนด์วิดท์รวมของเครื่องมือและหัววัด รวมพิกัดและวิธีอ้างอิงที่เหมาะกับวงจร
- คำนวณระยะห่างตัวอย่างจากหนึ่งหารอัตราเก็บที่ใช้งานจริงแล้วเทียบกับเหตุสั้นที่สนใจ
- ตรวจว่าการเพิ่มระยะเวลาบันทึกทำให้อัตราเก็บเปลี่ยนหรือไม่ และเก็บการตั้งค่าพร้อมไฟล์
- ใช้ภาพที่เก็บได้อธิบายเฉพาะรายละเอียดที่มีหลักฐาน ไม่ซูมแล้วอ่านตัวเลขละเอียดเกินข้อมูลต้นทาง
การบันทึกยาวเพื่อจับอาการห่างกันมากกับการดูขอบเร็วอาจใช้ทรัพยากรต่างกัน หากหน่วยความจำไม่พอ ควรใช้ความสามารถกระตุ้นหรือการเก็บเหตุที่เครื่องมือรองรับตามคู่มือ ไม่ลดอัตราเก็บจนขอบหายโดยไม่บอกข้อจำกัด การเลือกหน้าต่างก่อนหลังเหตุอย่างมีเหตุผลช่วยเก็บส่วนที่เกี่ยวข้องและรักษารายละเอียดได้ดีกว่าการขยายช่วงเวลาอย่างเดียว
- คาบบิต 500 นาโนวินาที
1 / 2000000 วินาที = 0.5 ไมโครวินาที สำหรับช่วงข้อมูลสมมติ
- 20 ล้านตัวอย่าง/วินาที
จุดห่าง 50 นาโนวินาที ยาวกว่าขอบสมมติ 20 นาโนวินาที
- 200 ล้านตัวอย่าง/วินาที
จุดห่าง 5 นาโนวินาที ขอบ 20 นาโนวินาทีครอบคลุมประมาณสี่ช่วง
- ตรวจทั้งชุดวัด
ยังต้องดูแบนด์วิดท์และหัววัด จำนวนจุดมากขึ้นอย่างเดียวไม่รับรองความแม่นยำ
ตัวเลขเป็นการประเมินความหนาแน่นตัวอย่าง ไม่ใช่เกณฑ์รับรองเครื่องมือ
ข้อผิดพลาดของการอ่านเส้นเชื่อมเป็นข้อมูลจริง
หน้าจออาจวาดเส้นระหว่างจุดด้วยวิธีแทรกค่า ทำให้รูปดูเรียบและมีรายละเอียดต่อเนื่อง แต่ค่าระหว่างตัวอย่างไม่ได้เป็นการวัดใหม่ การอ่านยอดหรือจังหวะจากเส้นที่สร้างขึ้นต้องเข้าใจวิธีแสดงผล โดยเฉพาะเหตุสั้นกว่าระยะห่างตัวอย่าง การเปิดแสดงจุดจริงหรือดูการตั้งค่าช่วยแยกว่าอะไรเก็บได้และอะไรเป็นการวาดเพื่อให้อ่านง่าย
การจำกฎอัตราเก็บมากกว่าสองเท่าของความถี่แล้วนำมาใช้กับขอบดิจิทัลทันทีไม่ครอบคลุม เพราะรูปขอบมีองค์ประกอบหลายความถี่และไม่ใช่ไซน์ความถี่เดียว อีกทั้งงานจับเหตุครั้งเดียวต่างจากวิธีเก็บซ้ำของสัญญาณที่เหมือนเดิม การเลือกเครื่องมือจึงต้องอ่านข้อกำหนดเกี่ยวกับสัญญาณและโหมดจริง ไม่ใช้สูตรอย่างย่อแทนการประเมินระบบวัดทั้งหมด
ตรวจสอบผลโดยแยกการกรองออกจากการแก้วงจร
ถ้าเปิดตัวจำกัดแบนด์วิดท์แล้วรูปคลื่นเรียบขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนอาจเป็นการมองเห็นของเครื่องมือ ไม่ใช่สัญญาณรบกวนในวงจรลดลง การเปรียบเทียบก่อนหลังแก้ต้องใช้การตั้งเดียวกันหรืออธิบายการเปลี่ยนให้ชัด หากต้องดูทั้งภาพรวมและรายละเอียด ให้เก็บข้อมูลที่รองรับแล้วทำมุมมองแยก ไม่แทนที่ไฟล์เดิมด้วยภาพที่กรองจนเหตุหาย
ผลการตรวจควรแนบอัตราเก็บที่ใช้จริง ความยาวบันทึก หัววัด และโหมดแสดงผล พร้อมระบุว่าตรวจได้ถึงระดับใด ในตัวอย่าง 20 ล้านตัวอย่างต่อวินาที ไม่ควรยืนยันรูปขอบ 20 นาโนวินาทีอย่างละเอียดจากจุดห่าง 50 นาโนวินาที ข้อสรุปที่จำกัดเช่นนี้ช่วยให้ผู้ตรวจรู้ว่าต้องหาเครื่องมือหรือการตั้งเพิ่มเพื่อคำถามใด โดยไม่ตีความภาพเกินข้อมูลที่มี


