ไฟล์บันทึกจากการพัฒนาระบบ CAN FD ในช่วงต่างกันอาจต้องใช้ตัวถอดรหัสคนละรูปแบบ แม้อัตราบิตและขนาดข้อมูลที่ตั้งไว้เหมือนกัน สาเหตุคือมีรูปแบบเริ่มต้นที่เรียก non-ISO และรูปแบบที่ผ่านการปรับเพื่อมาตรฐาน การเลือกผิดทำให้เครื่องมือแจ้งข้อผิดพลาดได้โดยไม่ได้พิสูจน์ว่าข้อมูลบนสายเสีย บทความนี้อธิบายสิ่งที่ต้องตรวจเมื่อใช้เอกสารหรือเครื่องมือกับข้อมูลดังกล่าว
การปรับรูปแบบมีผลมากกว่าชื่อในเมนู
เอกสารผู้ผลิตอธิบายว่ารูปแบบ ISO เพิ่มการป้องกันในส่วนที่เกี่ยวกับ CRC และการนับบิตแทรกเมื่อเทียบกับรูปแบบดั้งเดิม จึงมีรายละเอียดเฟรมต่างกัน การตั้งค่า ISO หรือ non-ISO ไม่ใช่การเลือกภาษาหน้าจอ แต่เป็นการบอกตัวควบคุมหรือตัวถอดรหัสว่าจะใช้กฎใด ความเร็วที่ตรงกันอย่างเดียวจึงไม่ทำให้สองรูปแบบกลายเป็นรูปแบบเดียวกัน
คำว่า non-ISO ในบริบทนี้บอกประวัติรูปแบบ CAN FD ไม่ควรใช้แทนคำว่าไม่มีมาตรฐานทุกส่วนหรือไม่มี CRC เลย รูปแบบเดิมก็มีการตรวจความผิดพลาดของตน ส่วนรูปแบบใหม่ปรับให้แข็งแรงขึ้น การอ่านบทความสั้นที่กล่าวถึงการเพิ่มตัวนับจึงต้องไม่ขยายความเกินนั้น รายละเอียดที่ใช้กับฮาร์ดแวร์ต้องอ้างคู่มือที่ตรงรุ่นและการใช้งานจริง
- ระบุรูปแบบ
ใช้เอกสารกำกับว่าเป็น ISO หรือ non-ISO ไม่เดาจากอายุไฟล์
- ตรวจอัตราบิต
nominal และ data ต้องตรงด้วย แต่ค่าคู่นี้ไม่แทนการเลือกรูปแบบ
- อ่านส่วนตรวจเฟรม
เลือกกฎ CRC และส่วนบิตแทรกให้ตรง โดยคงไฟล์ดิบเดิมไว้
CAN FD รุ่นแรกและแบบ ISO มีรายละเอียดการตรวจเฟรมต่างกัน
ตัวอย่างสมมติของอัตราบิตตรงแต่รูปแบบผิด
สมมติมีไฟล์รูปคลื่นจากชุดฝึกที่เอกสารกำกับว่าเป็น non-ISO ใช้ nominal 500 กิโลบิตต่อวินาทีและ data 2 เมกะบิตต่อวินาที ผู้วิเคราะห์ตั้งความเร็วทั้งสองตรง แต่เลือกตัวถอดรหัสแบบ ISO จึงเห็นส่วนต้นอ่านได้และส่วนตรวจเฟรมไม่สอดคล้อง การแจ้ง CRC หรือรูปแบบผิดในเครื่องมือจึงยังไม่พอให้สรุปว่ามีรบกวนทางไฟฟ้า ต้องตรวจโปรไฟล์ที่ใช้ก่อน
หากเปิดไฟล์เดิมด้วยรูปแบบที่เอกสารระบุแล้วถอดได้สอดคล้องโดยไม่แก้ไฟล์ดิบ สิ่งที่แก้คือการตีความของเครื่องมือ ไม่ใช่การซ่อมชุดฝึก และไม่ได้พิสูจน์ว่าทุกรายการในไฟล์ถูกต้องทั้งหมด ต้องตรวจเฟรมที่เหลือด้วย ตัวอย่างนี้ทำกับไฟล์ที่เก็บไว้ จึงไม่จำเป็นต้องสลับโหมดบนเครือข่ายรถหรือส่งเฟรมทดสอบเพื่อหาคำตอบ
นำไปใช้เก็บที่มาของไฟล์และโปรไฟล์
- ตรวจเอกสารกำกับว่ารูปแบบ FD เป็น ISO หรือ non-ISO และข้อมูลนั้นมาจากระบบหรือเครื่องมือรุ่นใด
- บันทึกเวอร์ชันโปรแกรม ฮาร์ดแวร์ และวิธีเปิดช่องที่ใช้ถอดรหัส ไม่เก็บเฉพาะชื่อไฟล์
- แยกค่ารูปแบบออกจาก nominal และ data bit rate เพื่อเห็นว่ามีสามเงื่อนไขต่างกัน
- หากทบทวนไฟล์เดิม ให้คงไฟล์ดิบและเปลี่ยนเฉพาะการตีความตามเอกสาร พร้อมบันทึกผลเปรียบเทียบ
- ถ้าฮาร์ดแวร์ไม่รองรับรูปแบบนั้น ให้รายงานข้อจำกัด แทนแปลงชื่อธงให้ดูเหมือนรองรับ
วันที่สร้างไฟล์หรืออายุเครื่องมือเป็นเพียงเบาะแส ไม่ใช่ข้อพิสูจน์รูปแบบ อุปกรณ์ที่รองรับหลายแบบอาจถูกตั้งให้ทำงานกับรูปแบบเดิมในวันที่ใหม่ได้ และไฟล์เก่าอาจถูกส่งออกใหม่โดยซอฟต์แวร์รุ่นล่าสุด การตัดสินจากปีอย่างเดียวจึงไม่เหมาะ ควรมีการตั้งค่าต้นทางหรือเอกสารการทดลองที่เชื่อมโยงกับไฟล์นั้นจริง
- ไฟล์มีข้อมูลกำกับ
ชุดฝึกระบุ non-ISO ที่ nominal 500 กิโลบิตและ data 2 เมกะบิตต่อวินาที
- เลือก ISO ผิด
ความเร็วตรงแต่กฎตรวจเฟรมไม่ตรง จึงยังสรุปรบกวนทางไฟฟ้าไม่ได้
- อ่านตามรูปแบบเดิม
เปลี่ยนการตีความตามเอกสารโดยไม่แก้ไฟล์ดิบ
- ตรวจทั้งไฟล์
การอ่านบางเฟรมผ่านไม่ได้รับรองทุกรายการ และไม่ถือว่าได้ซ่อมวงจร
ตัวอย่างสมมติใช้ไฟล์ non-ISO ไม่ใช่การทดลองเปลี่ยนเครือข่ายรถ
ข้อผิดพลาดของการเปลี่ยนความเร็วเพื่อแก้ CRC
หากขอบบิตและความเร็วตรงตามข้อมูลกำกับ แต่ส่วนตรวจเฟรมยังผิด การสุ่มเปลี่ยนอัตราบิตอาจทำให้ส่วนต้นที่เคยอ่านถูกกลายเป็นผิดเพิ่ม และบดบังความต่างของรูปแบบ การวิเคราะห์ควรเปลี่ยนทีละปัจจัยโดยมีเหตุผลจากเอกสาร ไม่เลือกค่าที่ทำให้ข้อความเตือนน้อยที่สุดแล้วถือว่าถูก เพราะตัวถอดรหัสอาจทิ้งเฟรมที่อ่านไม่ได้จนดูเหมือนเหลือแต่เฟรมดี
จำนวนเฟรมที่อ่านผ่านต้องพิจารณาคู่กับจำนวนที่ตรวจทั้งหมด ตัวอย่างสมมติสองการตั้งอ่านผ่าน 90 จาก 100 กับ 9 จาก 10 ให้สัดส่วนร้อยละ 90 เท่ากัน แต่กรณีหลังอาจละข้อมูลอีกมากหากตัวกรองเปลี่ยน การรายงานเปอร์เซ็นต์โดยไม่มีฐานนับจึงไม่ช่วยตัดสินรูปแบบ และไม่มีสูตรเปอร์เซ็นต์ใดแทนหลักฐานว่าตั้งตามโปรโตคอลที่ถูกต้องได้
ตรวจสอบผลและรักษาความหมายของคำว่าแก้แล้ว
การตรวจหลังเปลี่ยนโปรไฟล์บนไฟล์ควรให้ชนิดเฟรม ความยาวข้อมูล และผลตรวจโครงสร้างสอดคล้องกับแหล่งกำกับ พร้อมบันทึกว่าข้อมูลดิบไม่เปลี่ยน หากยังมีเฟรมบางส่วนผิดให้แยกเป็นประเด็นต่อ ไม่ลบรายการเหล่านั้นเพื่อให้รายงานผ่าน การเลือก ISO หรือ non-ISO ที่ถูกเป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่งของการถอดข้อมูล ยังมีเวลา คุณภาพสัญญาณ และความครบของบันทึกที่ต้องพิจารณา
สำหรับเครือข่ายที่กำลังทำงานจริง ห้ามใช้การทดลองสลับรูปแบบเป็นวิธีเดาว่ารองรับอะไรโดยไม่มีข้อกำหนด ให้ใช้เอกสารและเครื่องมือที่ผู้ผลิตระบุเป็นพื้นฐาน ผลสรุปควรเขียนว่าตรวจการตั้งรูปแบบของเครื่องมือแล้ว และแยกข้อผิดพลาดที่ยังอยู่จากการตั้งผิดก่อนหน้า เพื่อไม่ให้ผู้อ่านเข้าใจว่าการหายของคำเตือนในโปรแกรมเท่ากับแก้ความผิดปกติของรถ


