ความเงียบของ CAN ไม่ใช่ความผิดปกติเสมอไป เพราะโหนดสามารถเข้าสู่โหมดพลังงานต่ำเมื่อไม่ต้องทำงาน และบางเครือข่ายปลุกเฉพาะส่วนที่ต้องใช้ แต่ความเงียบก็อาจเกิดจากไฟเลี้ยงหายหรือเส้นทางสื่อสารขัดข้องได้เช่นกัน การวิเคราะห์จึงต้องดูว่าควรมีข้อมูลในสถานะนั้นหรือไม่ บทความนี้ใช้เส้นเวลาสมมติและข้อมูลสถานะเพื่อแยกความเป็นไปได้ โดยไม่กำหนดเวลารอหลับของรถรุ่นใด
การพักของโหนดกับการพักของทั้งบัสไม่เหมือนกัน
ภาครับส่งบางแบบรองรับโหมดหลับและการตรวจเหตุปลุก ส่วนระบบ partial networking สามารถเลือกให้บางโหนดตื่นตามเงื่อนไขขณะที่ส่วนอื่นยังพักได้ ดังนั้นการเห็นข้อความบางชุดต่อเนื่องไม่ได้หมายความว่าทุกกล่องตื่น และการที่ข้อความจากโหนดหนึ่งหายก็อาจเป็นสถานะที่ออกแบบไว้ ต้องอ่านคุณสมบัติของเครือข่ายจริง ไม่ถือว่ารถทุกคันรองรับการปลุกแบบเดียวกัน
โหมดพลังงานต่ำของภาครับส่งและสถานะการทำงานของแอปพลิเคชันเป็นคนละส่วน บางกรณีวงจรตรวจปลุกยังทำงานขณะที่ตัวประมวลผลพัก การอ่านว่ามีไฟเลี้ยงอยู่จึงไม่พอพิสูจน์ว่ากล่องต้องส่งเฟรมตลอดเวลา และการไม่มีเฟรมไม่พิสูจน์ว่าไม่มีไฟเลี้ยง การวิเคราะห์ต้องใช้หลักฐานที่ตรงกับสถานะที่ต้องการยืนยัน ไม่รวมทั้งหมดเป็นคำว่ากล่องดับ
- ควรมีข้อมูลหรือไม่
ตรวจสถานะงานและข้อกำหนด ไม่ถือว่าทุกโหนดต้องส่งตลอดเวลา
- บันทึกยังอยู่หรือไม่
ไฟล์จบหรือช่องหลุดไม่ใช่หลักฐานว่าบัสเงียบตลอดช่วงถัดไป
- ยืนยันพักและตื่น
ใช้สถานะและเหตุใช้งานที่เอกสารระบุ ไม่สร้างข้อความปลุกเอง
แยกการพักตามแบบจากไฟเลี้ยงหายและตัวบันทึกหยุดทำงาน
ตัวอย่างสมมติของลำดับก่อนหลับและหลังตื่น
สมมติบันทึกชุดฝึกเริ่มเวลา 0 วินาทีเมื่อยุติงานตามปกติ มีข้อความลดลงและเงียบที่วินาที 30 ต่อมามีเหตุใช้งานที่กำหนดไว้ในเอกสารชุดฝึกเมื่อวินาที 45 แล้วข้อมูลกลับมาที่วินาที 46 ลำดับนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างการยุติงาน การพัก และการกลับมา แต่ยังไม่พิสูจน์กลไกภายในหากไม่มีสถานะประกอบ ตัวเลข 30 และ 1 วินาทีในตัวอย่างไม่ใช่เกณฑ์รถจริง
หากอีกครั้งข้อมูลหายที่วินาที 8 ทั้งที่งานยังดำเนินอยู่ และมีหลักฐานไฟเลี้ยงเปลี่ยนก่อนหน้า เหตุการณ์นั้นไม่ควรจัดเป็นการหลับปกติเพียงเพราะบัสเงียบเหมือนกัน การดูเฉพาะภาพสุดท้ายจะแยกสองกรณีไม่ได้ แต่ลำดับเหตุและความคาดหมายจากสถานะงานช่วยชี้ว่าควรตรวจวงจรเลี้ยงหรือการจัดการสถานะเพิ่มเติม
นำไปใช้วางการสังเกตโดยไม่ปลุกระบบเอง
- ตรวจข้อมูลผู้ผลิตว่ามีเงื่อนไขเข้าสู่สถานะพักและเงื่อนไขตื่นอย่างไร โดยไม่เดาระยะเวลาจากรถคันอื่น
- จดเหตุใช้งานที่เกิดจริงพร้อมเวลา เช่นเริ่มและยุติงานที่อนุญาตในขั้นตอนตรวจ
- ตรวจว่าเครื่องสแกนมีการร้องขอข้อมูลต่อเนื่องหรือไม่ เพราะการสื่อสารของเครื่องมืออาจเปลี่ยนเงื่อนไขพัก
- ใช้การบันทึกแบบสังเกตที่เหมาะสมและตรวจว่าตัวบันทึกยังทำงานเมื่อบัสเงียบ
- เปรียบเทียบการกลับมาของข้อมูลกับสถานะที่ควรตื่น โดยใช้ขั้นตอนผู้ผลิตแทนการสร้างข้อความปลุกเอง
หากเครื่องมือหยุดบันทึกเมื่อไม่มีเฟรม ไฟล์ที่จบลงอาจดูเหมือนบัสเงียบตลอดที่เหลือ ทั้งที่เราไม่มีหลักฐานว่าตัวบันทึกยังเฝ้าดูอยู่ ควรมีข้อมูลเวลาเริ่มหยุดและสถานะเครื่องมือประกอบ การวัดพลังงานเป็นหลักฐานอีกชนิดหนึ่งแต่ต้องใช้ขั้นตอนและอุปกรณ์เหมาะสม บทความนี้ไม่ให้วิธีแทรกมิเตอร์กระแสเข้าระบบรถหรือวิธีจัดการระบบแรงดันสูง
- วินาที 0
ยุติงานตามปกติในชุดฝึกและเริ่มนับเวลา
- วินาที 30
บันทึกเห็นข้อความลดลงจนเงียบ โดยต้องมีสถานะประกอบเพื่อยืนยันการพัก
- วินาที 45
เกิดเหตุใช้งานตามเอกสารของชุดฝึก
- วินาที 46
ข้อมูลกลับมาหลังเหตุหนึ่งวินาที ตรวจว่ากลับครบ ไม่สรุปเพียงว่ามีเฟรมใดเฟรมหนึ่ง
เวลาเหล่านี้เป็นเหตุการณ์สมมติ ไม่ใช้เป็นเกณฑ์เวลาหลับของรถจริง
ข้อผิดพลาดของการใช้เวลาหลับตายตัว
การรอครบเวลาที่เคยใช้กับรถหนึ่งแล้วสรุปว่าอีกคันต้องหลับไม่เหมาะสม เพราะสถานะบริการ งานตามเวลา และโครงสร้างเครือข่ายอาจต่างกัน แม้ในระบบเดียวกันเหตุใช้งานระหว่างรออาจเปลี่ยนเงื่อนไข การบันทึกว่ารอไปกี่นาทีโดยไม่ระบุเหตุที่เกิดระหว่างนั้นจึงไม่เพียงพอสำหรับตัดสินว่ากล่องไม่หลับ ต้องมีข้อกำหนดและสภาพทดสอบที่ตรงกัน
อีกความเข้าใจผิดคือบัสเงียบแปลว่ากระแสของรถต่ำตามปกติ ซึ่งไม่จำเป็น อุปกรณ์อาจยังใช้พลังงานโดยไม่ส่งบนบัสที่เราสังเกต หรือมีเครือข่ายอีกฝั่งที่ยังทำงาน การสรุปเรื่องพลังงานจึงต้องมีหลักฐานด้านพลังงานแยก ส่วนข้อมูล CAN ช่วยบอกกิจกรรมการสื่อสารในขอบเขตที่เห็นเท่านั้น การใช้สองชนิดหลักฐานร่วมกันควรมีเวลาที่สัมพันธ์กันด้วย
ตรวจสอบผลทั้งการพักและการกลับมา
การยืนยันไม่ควรดูเพียงว่าข้อความหยุด แต่ต้องตรวจด้วยว่าข้อมูลกลับมาตามการใช้งานที่ควรปลุกและยังทำงานครบ หากระบบเงียบเพราะไฟเลี้ยงไม่กลับ ย่อมไม่ใช่การพักที่ถูกต้อง ในตัวอย่างสมมติควรเทียบทั้งเหตุเมื่อวินาที 30 และผลหลังวินาที 45 พร้อมสถานะที่มีหลักฐาน ไม่ใช้เวลาจากตัวอย่างไปตัดสินรถจริง
เมื่อผลต่างจากที่คาดให้รายงานว่าขาดหลักฐานส่วนใด เช่นรู้ว่าตัวบันทึกทำงานแต่ยังไม่ทราบสถานะภาครับส่ง หรือรู้ว่ามีเหตุใช้งานแต่ไม่ทราบว่าควรปลุกโหนดนี้หรือไม่ การระบุช่องว่างเช่นนี้ช่วยกำหนดงานตรวจถัดไปอย่างตรงจุด และป้องกันการแทนที่คำว่าไม่ทราบด้วยข้อสรุปว่ากล่องเสียหรือบัสหลับโดยไม่มีเหตุผลรองรับ


