วิธีไล่งาน

อ่านรหัส DTC ให้เป็นเครื่องชี้ทาง ไม่ใช่คำตัดสินว่าอะไรเสีย

รหัสบอกว่ากล่องเห็นค่าอะไรผิดปกติ ไม่ได้บอกว่าอะไรเสีย โครงสร้างรหัสห้าหลัก ความต่างของรหัสค้างกับรหัสชั่วคราว และลำดับที่ควรลบ

เครื่องสแกนบอกรหัสมาแล้วหลายคนแปลรหัสตรงตัวไปเปลี่ยนของ เช่น เจอรหัสที่เขียนว่าเซ็นเซอร์อุณหภูมิน้ำก็เปลี่ยนเซ็นเซอร์ทันที ถ้าโชคดีก็จบ แต่หลายครั้งไม่จบเพราะรหัสบอกแค่ว่ากล่องเห็นค่าจากวงจรนั้นอยู่นอกช่วงที่คาดไว้ ซึ่งอาจมาจากตัวเซ็นเซอร์ สายไฟ กราวด์ ปลั๊ก หรือแม้แต่ตัวกล่องเอง

โครงสร้างรหัสห้าหลัก

ตำแหน่งความหมายตัวอย่าง
ตัวอักษรหน้ากลุ่มระบบP คือเครื่องยนต์และส่งกำลัง B คือตัวถัง C คือช่วงล่าง U คือการสื่อสาร
หลักที่สองรหัสมาตรฐานหรือรหัสเฉพาะยี่ห้อ0 คือมาตรฐานกลาง 1 และ 2 คือของยี่ห้อนั้นเอง
หลักที่สามระบบย่อยแยกกลุ่มเช่นระบบเชื้อเพลิง ระบบจุดระเบิด ระบบควบคุมความเร็ว
สองหลักท้ายรายการที่เจาะจงชี้วงจรหรือเงื่อนไขที่ผิด

รหัสค้างกับรหัสชั่วคราว

รหัสที่กล่องยืนยันแล้วว่าเกิดซ้ำจนเข้าเงื่อนไขจะถูกเก็บเป็นรหัสค้างและมักจุดไฟเตือน ส่วนรหัสที่เพิ่งเกิดครั้งแรกจะถูกเก็บไว้แบบชั่วคราวรอดูรอบถัดไป ความต่างนี้สำคัญตอนไล่งาน เพราะรหัสชั่วคราวคือเบาะแสของอาการที่เกิดเป็นครั้งคราว ซึ่งเป็นกลุ่มที่หายากที่สุดและมักมาจากจุดต่อที่หลวมตามการสั่นหรือความร้อน

ข้อมูลรอบที่เกิดเหตุมีค่ามากกว่าตัวรหัส

เครื่องสแกนส่วนใหญ่เก็บค่าตัวแปรหลายตัวไว้ ณ วินาทีที่รหัสเกิด เช่น รอบเครื่อง ความเร็วรถ อุณหภูมิน้ำ ภาระเครื่อง ค่าชุดนี้บอกได้ว่าปัญหาเกิดตอนเครื่องเย็นหรือร้อน ตอนเดินเบาหรือตอนรับภาระ ซึ่งชี้ทางได้ตรงกว่าชื่อรหัสมาก ให้บันทึกภาพหน้าจอชุดนี้ไว้ก่อนลบรหัสทุกครั้ง

  1. อ่านรหัสทั้งหมดและจดไว้ครบก่อน อย่าลบทันที
  2. บันทึกค่าตัวแปรรอบที่เกิดเหตุและค่าที่อ่านสด ๆ ในขณะนั้น
  3. จัดกลุ่มรหัสว่าตัวไหนน่าเป็นต้นเหตุและตัวไหนน่าเป็นผลพ่วง โดยดูว่ามีวงจรหรือไฟเลี้ยงร่วมกันไหม
  4. แก้ต้นเหตุที่จับได้ชัดที่สุดก่อนหนึ่งอย่าง แล้วจึงลบรหัสทั้งหมด
  5. ขับใช้งานตามเงื่อนไขที่เคยทำให้เกิดอาการ แล้วอ่านซ้ำว่ารหัสใดกลับมา ตัวที่กลับมาคือของจริงที่ยังไม่ได้แก้

เล่มที่ลงลึกเรื่องนี้

อ่านต่อเรื่องใกล้กัน