อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

DCR ของตัวเหนี่ยวนำ: คำนวณความร้อนขดลวดโดยไม่ใช้กระแสเฉลี่ยผิดที่

แยกความต้านทานกระแสตรงจากการสูญเสียรวม ใช้กระแส RMS และอุณหภูมิขดลวดในตัวอย่างกระแสมีริปเปิล

ตัวเหนี่ยวนำสองตัวมีค่าความเหนี่ยวนำเท่ากันแต่ความร้อนต่างกันได้ เพราะขดลวดมีความต้านทานและการสูญเสียตามสภาพการทำงาน ค่า DCR คือความต้านทานกระแสตรงที่ช่วยเริ่มประเมินแรงดันตกและความร้อนส่วนทองแดง แต่ตัวเลขเล็กบนตารางต้องอ่านพร้อมอุณหภูมิและชนิดค่าที่ระบุ การคูณด้วยกระแสเฉลี่ยอย่างเดียวอาจพลาดความร้อนจากริปเปิล และการคำนวณจาก DCR อย่างเดียวก็ยังไม่ใช่การสูญเสียทั้งหมด

ความต้านทานขดลวดไม่ใช่รีแอกแตนซ์ของ L

DCR มาจากทางนำไฟฟ้าของขดลวดและจุดต่อ มีหน่วยโอห์มเหมือนตัวต้านทาน ส่วนรีแอกแตนซ์เชิงเหนี่ยวนำ 2πfL อธิบายความสัมพันธ์แรงดันกับกระแสสลับขององค์ประกอบอุดมคติ ไม่ใช่ความต้านทานที่เปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อนโดยตรง การนำขนาดอิมพีแดนซ์ทั้งหมดไปใส่สูตร I²R จึงอาจนับส่วนเก็บคืนพลังงานเป็นความร้อนผิดไป ต้องใช้ส่วนที่แทนการสูญเสียภายใต้เงื่อนไขที่กำลังศึกษา

เมื่อมีกระแสตรงคงที่ แรงดันตกที่ DCR ประมาณ I คูณ DCR และกำลังเป็น I² คูณ DCR หากกระแสเปลี่ยนตามเวลา ให้ใช้ค่าเฉลี่ยของกระแสยกกำลังสอง หรือเขียนเป็น Irms² คูณ DCR เมื่อความต้านทานคงที่พอในช่วงนั้น ค่ากระแสเฉลี่ยใช้บอกการส่งประจุ แต่ไม่แทนผลความร้อนของรูปคลื่นทุกชนิด เพราะช่วงกระแสสูงมีน้ำหนักเพิ่มตามกำลังสอง

ภาพอธิบาย 1จากรูปคลื่นกระแสสู่ความร้อนส่วน DCR
  1. แยกรูปคลื่น

    ค่าเฉลี่ย 0.5 แอมแปร์ ริปเปิลสามเหลี่ยม 0.6 แอมแปร์ยอดถึงยอด กระแสอยู่ระหว่าง 0.2 และ 0.8

  2. หาค่าเฉลี่ยกำลังสอง

    0.5² บวก 0.6²/12 ได้ 0.28 แอมแปร์กำลังสอง จึงมี RMS ประมาณ 0.52915 แอมแปร์

  3. คูณความต้านทาน

    0.28 คูณ DCR 0.2 โอห์ม ให้ความร้อนส่วนนี้ 56 มิลลิวัตต์

  4. ระบุขอบเขต

    ยังไม่รวมแกนและผลความต้านทานกระแสสลับที่เพิ่มจากความถี่

สูตรริปเปิลใช้กับสามเหลี่ยมสมมาตรตามโจทย์เท่านั้น

สถานการณ์สมมติ: กระแสครึ่งแอมป์มีริปเปิลสามเหลี่ยม

สมมติ DCR ที่ยี่สิบห้าองศาเซลเซียสเท่ากับ 0.2 โอห์ม กระแสมีค่าเฉลี่ย 0.5 แอมแปร์และริปเปิลสามเหลี่ยมสมมาตร 0.6 แอมแปร์ยอดถึงยอด กระแสจึงแกว่งจาก 0.2 ถึง 0.8 แอมแปร์ สำหรับรูปคลื่นนี้ Irms² = Iเฉลี่ย² + ΔIยอดถึงยอด² / 12 เท่ากับ 0.25 + 0.03 = 0.28 แอมแปร์กำลังสอง จึงได้ Irms ประมาณ 0.52915 แอมแปร์

กำลังที่คำนวณด้วย DCR เป็น 0.28 คูณ 0.2 หรือ 0.056 วัตต์ หากใช้เฉพาะค่าเฉลี่ยครึ่งแอมป์จะได้ 0.05 วัตต์ ต่ำกว่าผลที่รวมริปเปิลหกมิลลิวัตต์ หรือขาดไปประมาณ 10.71 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับค่าที่ถูกต้องตามแบบจำลองนี้ ความต่างไม่ได้มาจากการเปลี่ยนค่าตัวเหนี่ยวนำ แต่เกิดจากเลือกตัวแทนกระแสไม่เหมาะกับสมการความร้อน

อุณหภูมิสูงขึ้นทำให้ DCR เปลี่ยนตาม

ขดลวดทองแดงมีความต้านทานเพิ่มตามอุณหภูมิ ในการประมาณช่วงไม่กว้างมากอาจใช้ DCR(T) = DCR(Tอ้างอิง) × [1 + α(T − Tอ้างอิง)] โดยต้องเลือกสัมประสิทธิ์ที่อ้างอิงอุณหภูมิสอดคล้องกัน สำหรับโจทย์สมมติใช้ α ประมาณ 0.004 ต่อองศาเซลเซียส เมื่อขดลวดจากยี่สิบห้าเป็นเจ็ดสิบห้าองศาเซลเซียส ความต้านทานเพิ่มประมาณยี่สิบเปอร์เซ็นต์จาก 0.2 เป็น 0.24 โอห์ม

หากรูปคลื่นกระแสยังเท่าเดิม กำลังส่วน DCR จะเป็น 0.28 คูณ 0.24 หรือ 0.0672 วัตต์ มากกว่าค่าที่อุณหภูมิอ้างอิง 11.2 มิลลิวัตต์ ต้องใช้ความร้อนของขดลวด ไม่ใช่เพียงอุณหภูมิห้องโดยอัตโนมัติ เพราะขดลวดอุ่นขึ้นจากกระแสเองด้วย อย่างไรก็ตามสูตรนี้ไม่ใช่แบบจำลองความร้อนครบวงจร หากกระแสเปลี่ยนตามแรงดันตกหรือระบบควบคุม การคำนวณรอบใหม่ต้องใช้รูปคลื่นใหม่ด้วย

ภาพอธิบาย 2DCR ร้อนขึ้นทำให้งบสูญเสียเปลี่ยน
  1. อุณหภูมิอ้างอิง

    ขดลวดยี่สิบห้าองศาเซลเซียสมี DCR 0.2 โอห์มและกำลังส่วนนี้ 56 มิลลิวัตต์

  2. อุณหภูมิใหม่

    ขดลวดเจ็ดสิบห้าองศา เพิ่มห้าสิบองศา ทำให้ R เพิ่มประมาณยี่สิบเปอร์เซ็นต์ตามโจทย์

  3. ความต้านทานใหม่

    DCR เป็น 0.24 โอห์ม ใช้กระแส RMS กำลังสองเดิม 0.28

  4. กำลังใหม่

    0.28 คูณ 0.24 ได้ 67.2 มิลลิวัตต์ เพิ่มขึ้น 11.2 มิลลิวัตต์

ใช้สัมประสิทธิ์สมมติประมาณ 0.004 ต่อองศาและรูปคลื่นเดิม

นำ DCR ไปใช้เปรียบเทียบอุปกรณ์อย่างเป็นธรรม

ก่อนเปรียบเทียบให้ดูว่าค่าที่ระบุเป็น typical หรือ maximum และวัดที่อุณหภูมิใด อุปกรณ์ที่มีค่า DCR ทั่วไปต่ำกว่าของอีกตัวที่ระบุค่าสูงสุดยังเทียบตรง ๆ ไม่ได้ ต้องทำเงื่อนไขให้ใกล้กันและตรวจการกระจายของค่า ความต้านทานต่ำลงอาจแลกกับขนาด ขดลวด หรือโครงสร้างแกนที่ต่าง ทำให้การสูญเสียกระแสสลับและความสามารถรับกระแสยอดไม่ได้ดีขึ้นทุกด้านพร้อมกัน

  1. แยกกระแสเฉลี่ย กระแสยอด และกระแส RMS ของรูปคลื่นจริง ไม่เลือกค่าหนึ่งแทนทุกงาน
  2. อ่าน DCR พร้อมชนิดค่าและอุณหภูมิอ้างอิง แล้วตั้งค่าที่เหมาะกับการประเมินกรณีสูงสุด
  3. ประมาณความต้านทานที่อุณหภูมิขดลวดคาดหมายก่อนคำนวณ I²R
  4. ใช้ข้อมูลผู้ผลิตเพิ่มสำหรับการสูญเสียแกนและความต้านทานกระแสสลับหากริปเปิลหรือความถี่มีนัย
  5. ตรวจอุณหภูมิภายใต้การติดตั้งจริงด้วยกระแสที่อยู่ในพิกัด แล้วปรับแบบจำลองหากเงื่อนไขต่างจากที่คาด

ขอบเขตของการใช้ DCR แทนการสูญเสียขดลวด

กระแสสลับความถี่สูงกระจายตัวในหน้าตัดลวดไม่เหมือนกระแสตรง และสนามของขดใกล้กันมีผลต่อการกระจายกระแส จึงอาจมีความต้านทานเชิงการสูญเสียสูงกว่า DCR การใช้ Irms รวมคูณ DCR เป็นเพียงค่าประมาณที่ละผลความถี่เหล่านี้ ไม่ควรอ้างว่าเป็นความร้อนจริงทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อริปเปิลมากหรือรูปคลื่นมีฮาร์มอนิกที่สำคัญ การสูญเสียแกนก็ต้องประเมินต่างหาก ไม่เพิ่มค่า L เข้าไปในสูตรกำลัง

การวัด DCR ด้วยมิเตอร์สองสายเมื่อค่าต่ำอาจรวมความต้านทานสายและหน้าสัมผัสจนผลคลาดมาก ควรใช้วิธีวัดสี่สายหรือเครื่องมือที่เหมาะกับช่วงนั้น และจำกัดกระแสวัดไม่ให้ชิ้นส่วนร้อนเปลี่ยนค่า การวัดบนบอร์ดที่มีทางขนานอาจให้ค่าต่ำผิดจริง ต้องปิดไฟและเข้าใจเส้นทางก่อนวัด ไม่ใช้ค่าโอห์มบนบอร์ดหนึ่งครั้งตัดสินว่าขดลวดลัดรอบหรืออยู่ในพิกัด

ตรวจสอบผลด้วยงบกำลังและเงื่อนไขอุณหภูมิ

ตัวอย่างนี้ให้แยกสามค่าไว้ชัดเจน ได้แก่ห้าสิบมิลลิวัตต์จากกระแสเฉลี่ยอย่างเดียว ห้าสิบหกมิลลิวัตต์เมื่อรวมริปเปิลที่อุณหภูมิอ้างอิง และ 67.2 มิลลิวัตต์เมื่อขดลวดเจ็ดสิบห้าองศาตามสัมประสิทธิ์สมมติ แต่ละค่าตอบเงื่อนไขต่างกัน การเทียบผลวัดต้องเลือกค่าที่ตรงสภาพ ไม่สรุปว่าความร้อนเพิ่มทั้งหมดเป็นความผิดปกติ เพราะบางส่วนคาดได้จากกระแสและความต้านทานที่เปลี่ยน

หากต้องการลดการสูญเสียในวงจรสาธิต ลองเปรียบเทียบอุปกรณ์ที่ DCR ต่ำลงโดยคงค่าความเหนี่ยวนำและตรวจพิกัดกระแสครบ แล้ววัดแรงดันตกกับอุณหภูมิซ้ำในสภาวะเดียวกัน ผลที่บอกได้คือการปรับนั้นเปลี่ยนงบสูญเสียเท่าใดภายใต้โหลดทดสอบ ไม่ใช่การรับรองว่าใช้แทนกันได้ในกล่องจริงทุกสภาวะ การรายงานพร้อมรูปคลื่นกระแสและอุณหภูมิอ้างอิงทำให้การเปรียบเทียบมีหลักฐานย้อนตรวจได้

แหล่งอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม

เรียบเรียงคำอธิบายและตัวอย่างขึ้นใหม่จากหลักการในแหล่งข้อมูลต่อไปนี้

  1. How Current and Power Relates to Losses and Temperature Rise · Coilcraft
  2. DCR @ Temperature Tool · Coilcraft
  3. Selecting the Best Inductor for Your DC-DC Converter · Coilcraft

อ่านต่อเรื่องใกล้กัน

ถามเรื่องหนังสือ ตะกร้า