อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

เกนออปแอมป์กับแบนด์วิดท์: ใช้ noise gain ก่อนหารความถี่

ทำความเข้าใจผลคูณเกนแบนด์วิดท์ ขอบเขตแบบจำลองขั้วเด่น และตัวอย่างเกนสิบเท่าที่จุดหนึ่งร้อยกิโลเฮิรตซ์ไม่ใช่ช่วงแบน

การตั้งเกนด้วยตัวต้านทานให้สิบเท่าไม่ได้หมายความว่าสัญญาณทุกความถี่จะออกมาสิบเท่า ออปแอมป์จริงมีอัตราขยายวงเปิดลดลงเมื่อความถี่สูงขึ้น ทำให้ป้อนกลับเหลือความสามารถแก้ความคลาดน้อยลง ผลคูณเกนแบนด์วิดท์จึงเป็นข้อมูลเริ่มต้นที่ใช้ประเมินช่วงความถี่ได้ แต่ต้องรู้ว่ากำลังใช้เกนชนิดใดและแบบจำลองนั้นครอบคลุมอุปกรณ์ที่เลือกหรือไม่

เกนสัญญาณไม่จำเป็นต้องเท่ากับ noise gain

สำหรับออปแอมป์แบบป้อนกลับแรงดันที่ใช้เครือข่ายตัวต้านทาน เกนสัญญาณของวงจรกลับเฟสคือ −Rf / Rin แต่ noise gain คือ 1 + Rf / Rin ส่วนวงจรไม่กลับเฟสมีเกนสัญญาณเท่ากับ noise gain ในกรณีพื้นฐาน คำว่า noise gain ไม่ได้หมายถึงมีเสียงรบกวนอยู่เท่านั้น แต่บอกความสัมพันธ์ของป้อนกลับที่ใช้ประเมินการตอบสนองต่อความคลาดที่อินพุตของออปแอมป์เอง

ตัวอย่างวงจรกลับเฟสที่ Rf เก้าสิบกิโลโอห์มและ Rin สิบกิโลโอห์มมีเกนสัญญาณลบเก้า แต่ noise gain สิบ การนำผลคูณเกนแบนด์วิดท์ไปหารเก้าจะให้คำตอบสูงเกินแบบจำลองนี้ เมื่อวงจรมีตัวเก็บประจุในป้อนกลับหรือความจุของแหล่งสัญญาณ noise gain อาจเปลี่ยนตามความถี่ด้วย การแทนด้วยตัวเลขเดียวตลอดช่วงจึงต้องมีเหตุผลรองรับ

ภาพอธิบาย 1วงจรกลับเฟสเกนลบเก้าใช้ noise gain สิบ
  1. กำหนดตัวต้านทาน

    Rf เก้าสิบกิโลโอห์ม และ Rin สิบกิโลโอห์มในวงจรกลับเฟส

  2. เกนของสัญญาณ

    ลบ Rf หาร Rin ให้เกนลบเก้า ซึ่งไม่ใช่ตัวหารแบนด์วิดท์ในโจทย์

  3. เกนของป้อนกลับ

    noise gain เท่ากับหนึ่งบวก Rf หาร Rin จึงได้สิบ

  4. ประมาณจุดตัด

    ผลคูณสมมติหนึ่งเมกะเฮิรตซ์หารสิบ ให้หนึ่งร้อยกิโลเฮิรตซ์ภายใต้แบบขั้วเด่น

ใช้กับวงจรป้อนกลับแรงดันและเครือข่ายตัวต้านทานตามบท

สถานการณ์สมมติ: ผลคูณหนึ่งเมกะเฮิรตซ์และเกนสิบ

กำหนดออปแอมป์สมมติที่มีพฤติกรรมวงเปิดแบบขั้วเด่น ผลคูณเกนแบนด์วิดท์หนึ่งเมกะเฮิรตซ์ และทำงานเสถียรในเกนที่ใช้ วงจรไม่กลับเฟสเกนสิบจะมีความถี่ตัดประมาณหนึ่งแสนเฮิรตซ์จากหนึ่งล้านหารสิบ หากเปลี่ยนเป็นเกนหนึ่งร้อย ความถี่ตัดประมาณหนึ่งหมื่นเฮิรตซ์ นี่เป็นการประมาณสัญญาณขนาดเล็ก ไม่รวมขีดจำกัดความเร็วเปลี่ยนแรงดันหรือภาระกระแสที่เอาต์พุต

คำว่าความถี่ตัดในแบบจำลองอันดับหนึ่งหมายถึงจุดที่ขนาดลดเหลือหนึ่งหารรากสอง หรือประมาณ 0.707 ของเกนความถี่ต่ำ ดังนั้นวงจรเกนสิบไม่ได้ยังขยายสิบเท่าที่หนึ่งร้อยกิโลเฮิรตซ์ แต่เหลือประมาณ 7.071 เท่า การเรียกช่วงถึงความถี่ตัดว่าช่วงขยายได้เต็มเกนจึงทำให้ประเมินความแม่นสูงเกินจริง ต้องกำหนดก่อนว่างานยอมให้ขนาดลดลงได้เท่าไร

คำนวณความแบนที่ความถี่ใช้งานจริง

ภายใต้แบบจำลองขั้วเดียว อัตราส่วนขนาดที่ความถี่ f ต่อค่าความถี่ต่ำคือ 1 / sqrt[1 + (f / fc)²] เมื่อ fc หนึ่งร้อยกิโลเฮิรตซ์และ f สิบกิโลเฮิรตซ์ อัตราส่วนประมาณ 0.995037 เกนสิบจึงเหลือ 9.95037 หรือขนาดลดประมาณ 0.496 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ห้าสิบกิโลเฮิรตซ์ได้อัตราส่วน 0.894427 และเกน 8.94427 การใช้ความถี่เพียงครึ่งหนึ่งของจุดตัดก็ยังไม่ใช่ความคลาดเล็กสำหรับงานวัดละเอียด

ถ้าตั้งเป้าให้ขนาดลดจากผลแบนด์วิดท์ไม่เกินหนึ่งเปอร์เซ็นต์ ต้องให้อัตราส่วนไม่น้อยกว่า 0.99 จัดรูปได้ f / fc ไม่เกิน sqrt(1 / 0.99² − 1) หรือประมาณ 0.1425 สำหรับ fc หนึ่งร้อยกิโลเฮิรตซ์จึงเป็นประมาณ 14.25 กิโลเฮิรตซ์ ขอบเขตนี้ยังไม่รวมความคลาดเกนตรง ค่าตัวต้านทาน และการกระจายของผลคูณเกนแบนด์วิดท์ จึงเป็นงบเฉพาะกลไกหนึ่ง ไม่ใช่ความแม่นรวมของวงจร

ภาพอธิบาย 2จุดตัดหนึ่งร้อยกิโลเฮิรตซ์ไม่ได้ขยายเต็มสิบเท่า
  1. สิบกิโลเฮิรตซ์

    อัตราส่วน 1 หารรากของ 1.01 ให้ 0.995037 จึงมีเกนประมาณ 9.95037

  2. ห้าสิบกิโลเฮิรตซ์

    อัตราส่วนประมาณ 0.894427 ให้เกน 8.94427 แม้ยังต่ำกว่าจุดตัด

  3. หนึ่งร้อยกิโลเฮิรตซ์

    ขนาดเหลือ 0.707107 ของเกนต่ำ หรือเกน 7.07107 ที่จุดตัด

  4. เกณฑ์หนึ่งเปอร์เซ็นต์

    แบบจำลองนี้ยอมความถี่ประมาณไม่เกิน 14.25 กิโลเฮิรตซ์ หากจำกัดขนาดลดเพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์

ค่าที่คำนวณเป็นแบบจำลองอันดับหนึ่งของวงจรไม่กลับเฟสเกนสิบ

วิธีนำไปใช้วางการทดลองแบบไม่ปน slew rate

  1. เลือกอุปกรณ์ป้อนกลับแรงดันที่ระบุว่าเสถียรใน noise gain ที่ต้องการ และอ่านเงื่อนไขโหลดของกราฟ
  2. ใช้สัญญาณไซน์แอมพลิจูดเล็กวางระดับกลางให้อินพุตและเอาต์พุตอยู่ในช่วงเชิงเส้นตลอดคาบ
  3. วัดเกนที่ความถี่ต่ำเป็นค่าตั้งต้น แล้วเพิ่มความถี่โดยรักษาขนาดอินพุตจริงที่ขาวงจรให้เท่าเดิม
  4. หาจุดที่อัตราส่วนเอาต์พุตต่ออินพุตลดเหลือประมาณ 0.707 ของค่าตั้งต้น แทนดูเอาต์พุตอย่างเดียว
  5. ลดแอมพลิจูดลงอีกแล้วทำซ้ำบางจุด หากรูปตอบสนองเปลี่ยนมากให้ตรวจข้อจำกัดสัญญาณขนาดใหญ่ก่อนสรุปค่าแบนด์วิดท์

ข้อผิดพลาดเมื่อสูตรง่ายไม่ตรงอุปกรณ์จริง

ออปแอมป์ที่มีหลายขั้วเด่นในช่วงใช้งาน หรือเป็นแบบป้อนกลับกระแส ไม่ควรถูกบังคับเข้ากับสูตรผลคูณคงที่นี้ อุปกรณ์บางตัวกำหนดเกนต่ำสุดที่เสถียร การลดเกนเพื่อหวังได้แบนด์วิดท์มากขึ้นอาจทำให้การตอบสนองมียอดหรือสั่น ขณะที่โหลดความจุ สายต่อ และแผ่นทดลองเพิ่มขั้วกับเฟสที่สูตรไม่ได้ใส่ไว้ ต้องใช้กราฟและคำแนะนำของรหัสจริงประกอบการออกแบบ

แอมพลิจูดใหญ่ยังเรียกอัตราเปลี่ยนแรงดันสูง แม้ความถี่จะต่ำกว่าค่าที่หารจากผลคูณเกนแบนด์วิดท์ การเห็นรูปคลื่นเอียงเป็นเส้นตรงหรือผิดรูปตามขนาดสัญญาณจึงต้องตรวจ slew rate แยกต่างหาก ส่วนเครื่องกำเนิดที่แรงดันลดตามโหลดและโพรบที่แบนด์วิดท์ไม่พออาจทำให้จุดตัดที่วัดเป็นของระบบเครื่องมือ การบันทึกอินพุตกับเอาต์พุตพร้อมกันช่วยลดการตีความผิดประเภทนี้

ตรวจสอบผลโดยระบุว่าผ่านเกณฑ์ใด

สำหรับตัวอย่างเกนสิบ ให้ตรวจเลขสามจุดคือสิบกิโลเฮิรตซ์ประมาณ 9.950 เท่า ห้าสิบกิโลเฮิรตซ์ประมาณ 8.944 เท่า และหนึ่งร้อยกิโลเฮิรตซ์ประมาณ 7.071 เท่า หากการจำลองแบบขั้วเดียวให้ผลไม่สัมพันธ์กันให้ตรวจหน่วยและสูตรก่อนเปลี่ยนอุปกรณ์ เมื่อนำไปวัดจริงควรใช้ค่าจุดตัดที่วัดได้เทียบกับขอบเขตผู้ผลิต ไม่เรียกค่าประมาณหนึ่งเมกะเฮิรตซ์ของโจทย์ว่าเป็นพิกัดชิ้นส่วนบนโต๊ะ

รายงานที่มีประโยชน์ควรแยกเกนความถี่ต่ำ ช่วงความถี่ที่อยู่ในความคลาดที่กำหนด และความถี่ตัดออกเป็นสามรายการ เพราะตอบคนละคำถาม ถ้างานต้องการความเที่ยงตรงของเฟสด้วย ต้องประเมินเฟสเพิ่ม ไม่อนุมานจากขนาดที่ดูแบนเพียงอย่างเดียว การมีเอาต์พุตให้เห็นที่ความถี่หนึ่งบอกเพียงวงจรยังตอบสนอง ไม่ได้บอกว่าสัญญาณถูกส่งผ่านด้วยขนาดและเวลาที่งานต้องการ

แหล่งอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม

เรียบเรียงคำอธิบายและตัวอย่างขึ้นใหม่จากหลักการในแหล่งข้อมูลต่อไปนี้

  1. Chapter 3: Non-Ideal Op Amp Characteristics · Analog Devices
  2. Activity: Op-Amp Gain Bandwidth Product, For ADALM1000 · Analog Devices

อ่านต่อเรื่องใกล้กัน

ถามเรื่องหนังสือ ตะกร้า