โหลดที่ได้รับแรงดันต่ำอาจมีความสูญเสียด้านจ่าย ด้านกลับ หรือทั้งสองด้านร่วมกัน แม้อาการที่โหลดเหมือนกัน ตำแหน่งที่ควรตรวจต่ออาจต่างกัน การแยกแรงดันสองด้านช่วยไม่ให้การเห็นไฟบวกใกล้แหล่งจ่ายกลายเป็นเหตุผลตัดปัญหากราวด์ออก และไม่ให้การเรียกทุกความผิดปกติว่ากราวด์เสียบดบังส่วนจ่ายที่ยังไม่ได้อธิบาย
ใช้ขั้วแหล่งจ่ายเป็นขอบนอกและขั้วโหลดเป็นขอบใน
ด้านจ่ายในบทนี้หมายถึงเส้นทางจากขั้วบวกแหล่งจ่ายถึงขารับไฟโหลด ส่วนด้านกลับหมายถึงขากลับโหลดจนถึงขั้วลบแหล่งจ่ายในระบบสมมติลบเป็นทางกลับ ช่วงทั้งสองอาจมีหลายสายและหลายจุดต่อ ต้องระบุคู่ปลายเพื่อรู้ว่าแรงดันที่รายงานครอบอะไรบ้าง ไม่ใช้ตำแหน่งที่อยู่ใกล้เครื่องยนต์หรือใกล้แบตเตอรี่แทนขอบเขตทางไฟฟ้า
สำหรับสภาวะ DC ที่มีแหล่งจ่ายเดียว แรงดันคร่อมโหลดเท่ากับแรงดันขั้วแหล่งจ่ายลบแรงดันตกด้านจ่ายและด้านกลับ ความสูญเสียด้านกลับจึงมีผลต่อแรงดันที่โหลดได้รับเช่นเดียวกับด้านจ่าย แม้ขารับไฟเมื่อเทียบขั้วลบยังดูมีค่าเกือบเต็มก็ตาม การใช้คำว่ามีไฟที่ขาเข้าจึงยังไม่ครบสำหรับรับรองสภาวะโหลด
- ด้านจ่าย
นับจากขั้วบวกแหล่งจ่ายถึงขารับไฟโหลด พร้อมเก็บจุดต่อระหว่างทาง
- คร่อมโหลด
ใช้ผลต่างศักย์ขารับไฟกับขากลับ ไม่ถือขากลับเป็นศูนย์เอง
- ด้านกลับ
นับจากขากลับโหลดจนถึงขั้วลบแหล่งจ่าย ให้ขอบเขตครบลูป
ด้านจ่ายและด้านกลับต่างลดแรงดันคร่อมโหลดได้
ตัวอย่างสมมติ: โหลด 10 โวลต์จากความสูญเสียต่างตำแหน่ง
สมมติแหล่งจ่ายคงที่ 12 โวลต์และโหลดต้านทาน 5 โอห์ม วงจร A มีด้านจ่าย 0.9 โอห์มกับด้านกลับ 0.1 โอห์ม วงจร B สลับเป็นด้านจ่าย 0.1 โอห์มกับด้านกลับ 0.9 โอห์ม ทั้งคู่มีความต้านทานรวม 6 โอห์ม กระแสจึงเป็น 2 แอมป์และแรงดันคร่อมโหลดเป็น 10 โวลต์เท่ากัน การดูแรงดันโหลดอย่างเดียวแยกสองกรณีนี้ไม่ได้
วงจร A เสียแรงดันด้านจ่าย 1.8 โวลต์และด้านกลับ 0.2 โวลต์ เมื่ออ้างขั้วลบเป็นศูนย์ ขารับไฟโหลดอยู่ที่ 10.2 โวลต์และขากลับอยู่ที่ 0.2 โวลต์ ส่วนวงจร B เสียด้านจ่าย 0.2 โวลต์กับด้านกลับ 1.8 โวลต์ ขารับไฟจึงอยู่ที่ 11.8 โวลต์และขากลับที่ 1.8 โวลต์ ทั้งสองคู่ลบกันได้ 10 โวลต์เหมือนเดิม
ตัวอย่างนี้ไม่ได้ให้ค่าเกณฑ์ผ่านของกราวด์หรือสายจริง แต่ชี้ว่าศักย์ขารับไฟสูงกว่าไม่ได้หมายความว่าโหลดได้รับแรงดันมากกว่าเสมอ ในวงจร B ขารับไฟสูงถึง 11.8 โวลต์แต่ขากลับก็ยกขึ้นด้วย หากใช้จุดกราวด์ใกล้โหลดเป็นฐานโดยไม่บันทึก อาจได้เลข 10 โวลต์แล้วไม่เห็นว่าฐานนั้นสูงกว่าขั้วลบแหล่งจ่าย 1.8 โวลต์
สองด้านรับกระแสเท่ากันเฉพาะช่วงที่ยังไม่มีแขนง
ในโจทย์ลูปเดียว กระแส 2 แอมป์ผ่านทั้งด้านจ่ายและด้านกลับเท่ากัน แต่ในผังรถจริงช่วงหนึ่งอาจรับหลายโหลดร่วมกัน ถ้ารวมแรงดันของสายหลักก่อนแยกแขนงกับสายกลับเฉพาะโหลดหนึ่ง ต้องเข้าใจว่าความต้านทานสมมูลแต่ละช่วงสัมพันธ์กับกระแสคนละขนาด การหารแรงดันตกทั้งสองด้านด้วยกระแสโหลดเดียวอาจจึงไม่แทน R ของทั้งสองช่วงได้ถูกต้อง
การพบส่วนแบ่งด้านใดมากกว่าช่วยจัดข้อมูลว่าจะศึกษาทางเดินด้านนั้นต่อ แต่ยังไม่ยืนยันว่าชิ้นส่วนใดเสีย เพราะช่วงที่ครอบไว้อาจมีตัวนำและหน้าสัมผัสหลายจุด การย่อยช่วงต้องรักษาขอบเขตไม่ซ้อนกัน และไม่ข้ามจุดที่อยู่คนละหน้าผังเพียงเพราะมองเห็นยาก ข้อสรุปควรเริ่มที่ด้านหรือช่วงที่หลักฐานรองรับก่อนระบุชิ้นส่วน
- กระแสร่วม
ทั้งสองแบบมี R รวม 6 โอห์ม จึงมีกระแส 2 แอมป์
- วงจร A
ด้านจ่าย 0.9 โอห์มตก 1.8 โวลต์ ขาโหลดเป็น 10.2 กับ 0.2 โวลต์
- วงจร B
ด้านกลับ 0.9 โอห์มตก 1.8 โวลต์ ขาโหลดเป็น 11.8 กับ 1.8 โวลต์
- ผลโหลดเท่ากัน
10.2 − 0.2 และ 11.8 − 1.8 ต่างได้ 10 โวลต์ จึงแยกตำแหน่งจากค่าโหลดเดียวไม่ได้
โจทย์สมมติแหล่งจ่าย 12 โวลต์ โหลด 5 โอห์ม และทางเดินรวม 1 โอห์ม
วิธีนำไปใช้จัดรายงานแรงดันสองด้าน
- ระบุขั้วแหล่งจ่ายและสองขั้วโหลดให้ชัด พร้อมสถานะสวิตช์และโหลดร่วม
- รายงานแรงดันตกด้านจ่ายกับด้านกลับเป็นคู่จุด โดยใช้ข้อมูลช่วงเวลาเดียวกัน
- ตรวจแรงดันระหว่างขั้วโหลดจากผลต่างของศักย์ฐานเดียวกัน ไม่อ้างขารับไฟเดี่ยว
- หากด้านใดครอบหลายจุด ให้ระบุขอบเขตที่ยังแยกไม่ได้ และตรวจผังก่อนเชื่อมผลกับชิ้นส่วน
รายงานที่อ่านง่ายอาจเขียนว่าโหลดได้รับ 10 โวลต์จากแหล่งจ่าย 12 โวลต์ โดยส่วนต่างอยู่ด้านจ่าย 0.2 และด้านกลับ 1.8 โวลต์ภายใต้สถานะที่กำหนด ประโยคนี้ให้ทั้งภาพรวมและตำแหน่งระดับด้าน ต่างจากคำว่าไฟพอแต่กราวด์ไม่ดีซึ่งยังไม่บอกปริมาณหรือคู่จุด และไม่เปิดให้ตรวจว่ายอดแรงดันตรงกันหรือไม่
ข้อผิดพลาดและขอบเขตเมื่อใช้ตัวถังเป็นฐาน
ตัวถังใกล้โหลดกับขั้วลบแหล่งจ่ายไม่จำเป็นต้องมีศักย์เท่ากันทุกสภาวะ หากเปลี่ยนฐานระหว่างจดข้อมูลต้องบันทึกการเปลี่ยน ไม่เอาตัวเลขจากฐานต่างกันมาหักลบโดยถือว่าเป็นศูนย์เดียวกัน และการมีความต่างศักย์ที่ฐานไม่ได้ให้สิทธิ์เพิ่มสายกราวด์ใหม่ เพราะอาจสร้างทางกลับที่ไม่ตรงการออกแบบ
ตัวอย่างใช้โหลดต้านทานคงที่และไม่ครอบคลุมวงจรที่สวิตช์ด้านกลับกำลังปิดเปิดตามการควบคุม แรงดันที่ขากลับของวงจรชนิดนั้นต้องตีความพร้อมสถานะสวิตช์ ไม่ใช่เรียกค่าที่ไม่เป็นศูนย์ว่ากราวด์เสียโดยอัตโนมัติ บทนี้ไม่เสนอการลัดข้ามส่วนควบคุมหรือการต่อสายทดสอบเข้าวงจรความปลอดภัย
ตรวจสอบผลด้วยสองวงจรที่มีกำลังเท่ากัน
ทั้ง A และ B ใช้กำลังแหล่งจ่าย 12 × 2 = 24 วัตต์ โหลดรับ 10 × 2 = 20 วัตต์ และส่วนนอกโหลดรวม 4 วัตต์ แต่ A กระจายด้านจ่าย 3.6 วัตต์กับด้านกลับ 0.4 วัตต์ ส่วน B สลับกัน การที่กำลังรวมเท่ากันจึงยังไม่บอกว่าความร้อนอยู่ตำแหน่งเดียวกัน ตรวจข้อนี้เพื่อไม่ยุบข้อมูลตำแหน่งหายไปหลังคำนวณรวม
ก่อนสรุปความเหมาะสมของรถจริง ต้องเทียบกับเงื่อนไขและเกณฑ์ของวงจรนั้น การรวมยอดถูกเป็นเพียงการตรวจความสอดคล้องทางไฟฟ้า ส่วนการแยกสองด้านช่วยระบุคำถามถัดไป หากยังไม่ทราบสถานะของสวิตช์ทางกลับหรือโหลดร่วม ให้คงข้อจำกัดนั้นในรายงาน แทนการตัดสินจากตัวอย่างตัวเลขในบท


