พื้นฐานไฟฟ้า

รีเลย์แยกวงจรสั่งงานออกจากวงจรโหลดอย่างไร

แยกเส้นทางกระแสขดลวดและโหลดด้วยตัวอย่างคำนวณ พร้อมอ่านความหมายของการแยกวงจรภายในรีเลย์โดยไม่สับสนกับการใช้แบตเตอรี่ร่วมกัน

เมื่อเห็นรีเลย์อยู่กลางผัง อาจเผลอคิดว่ากระแสจากสวิตช์ไหลเข้าไปแล้วออกมาเป็นกระแสก้อนใหญ่ให้โหลด ความเข้าใจนี้ทำให้ตามสายผิดทาง รีเลย์แม่เหล็กไฟฟ้าแบบทั่วไปใช้กระแสในขดลวดสร้างแรงขยับหน้าสัมผัส ส่วนพลังงานที่โหลดรับมาจากเส้นทางจ่ายของโหลดเอง การแยกสองเส้นทางตั้งแต่ต้นช่วยอธิบายได้ว่าทำไมรีเลย์ตอบสนองแล้วอุปกรณ์ยังไม่ทำงาน และทำไมโหลดมีไฟได้ทั้งที่ไม่ได้ต่อผ่านขดลวด

ขดลวดเป็นโหลดของวงจรควบคุม

ขดลวดมีปลายสองด้าน ต้องได้รับความต่างศักย์และมีทางกลับจึงมีกระแส เมื่อกระแสสร้างสนามแม่เหล็กมากพอตามคุณสมบัติรีเลย์ กลไกจะเคลื่อนหน้าสัมผัส วงจรควบคุมจึงต้องจ่ายพลังงานจริง ไม่ใช่เพียงส่งคำสั่งที่ไม่กินกระแส สวิตช์หรือวงจรขับต้องเหมาะกับขดลวดที่ใช้ ทั้งกระแสขณะทำงานและพฤติกรรมตอนหยุดจ่ายไฟ

การบอกว่าขดลวดกินกระแสน้อยเป็นการเปรียบเทียบกับโหลดในหลายงาน ไม่ใช่กฎว่าทุกรุ่นกินเท่ากัน รีเลย์ต่างรุ่นอาจมีความต้านทานขดลวดและวงจรภายในต่างกัน การวัดจากขาหนึ่งเทียบตัวถังยังไม่บอกแรงดันคร่อมขดลวดครบถ้วน หากอีกขาหนึ่งยกศักย์ตามไปด้วย แรงดันที่สร้างกระแสจริงย่อมลดลง

ภาพอธิบาย 1สองวงจรภายในงานเดียว
  1. วงจรขดลวด

    แหล่งจ่ายผ่านวงจรขับและขดลวดกลับแหล่งจ่าย

  2. แรงแม่เหล็ก

    ขยับหน้าสัมผัสโดยไม่ส่งกระแสโหลดผ่านลวดพัน

  3. วงจรโหลด

    หน้าสัมผัสปิดแล้วโหลดมีทางไปและกลับครบ

ขดลวดขยับหน้าสัมผัส ส่วนโหลดรับพลังงานผ่านทางจ่ายของตนเอง

หน้าสัมผัสเป็นประตูในวงจรโหลด

หน้าสัมผัสที่ปิดทำให้ทางจ่ายของโหลดต่อถึงกัน กระแสโหลดไม่ได้เดินผ่านลวดพันแม่เหล็ก ในผังควรลากเส้นทางจากแหล่งจ่ายผ่านการป้องกัน ผ่านหน้าสัมผัส เข้าโหลด แล้วกลับแหล่งจ่ายให้ครบอีกวงหนึ่ง แม้สองวงใช้แบตเตอรี่ลูกเดียวกัน เส้นลวดและจุดตัดต่อที่รับภาระก็ยังคนละส่วน

คำว่าการแยกทางไฟฟ้าภายในหมายถึงไม่มีตัวนำที่ตั้งใจเชื่อมขดลวดกับหน้าสัมผัสในโครงสร้างนั้น ไม่ได้รับรองว่าระบบทั้งคันแยกจากกันทุกจุด หากภายนอกผูกด้านลบของทั้งสองวงร่วมกัน ทั้งคู่มีจุดอ้างอิงร่วมอยู่แล้ว จึงต้องพิจารณาผังภายนอกด้วย ไม่ใช้ชื่อคุณสมบัติของรีเลย์แทนการตรวจเส้นทางของระบบ

ตัวอย่างสมมติของสองกระแสที่ไม่ต้องเท่ากัน

กำหนดแหล่งจ่ายคงที่ 12 โวลต์ ขดลวดแทนด้วยความต้านทาน 80 โอห์มในสภาวะคงตัว ส่วนโหลดเป็นตัวต้านทาน 3 โอห์ม ต่อผ่านหน้าสัมผัสอุดมคติ กระแสขดลวดเท่ากับ 12 ÷ 80 = 0.15 แอมป์ และกำลังขดลวดเท่ากับ 12 × 0.15 = 1.8 วัตต์ เมื่อหน้าสัมผัสปิด กระแสโหลดเท่ากับ 12 ÷ 3 = 4 แอมป์ กำลังโหลดเป็น 48 วัตต์

หากใช้แหล่งจ่ายเดียวและไม่มีแขนงอื่น กระแสที่ออกจากแหล่งจ่ายขณะทั้งสองวงทำงานรวมกันเป็น 4.15 แอมป์ ตรวจกลับด้วยกำลังรวม 49.8 วัตต์ หาร 12 โวลต์ได้ 4.15 แอมป์ตรงกัน ไม่ได้แปลว่าขดลวดขยายพลังงาน 1.8 วัตต์ให้เป็น 48 วัตต์ ตัวเลขทั้งหมดกำหนดเพื่อฝึกแยกวงจร ไม่ใช่พิกัดขดลวดหรือกระแสใช้งานของรีเลย์รุ่นจริง

ภาพอธิบาย 2บัญชีกระแสของโจทย์ 12 โวลต์
  1. ขดลวด 80 โอห์ม

    12 ÷ 80 = 0.15 แอมป์

  2. โหลด 3 โอห์ม

    12 ÷ 3 = 4 แอมป์เมื่อหน้าสัมผัสปิด

  3. ตรวจรวม

    0.15 + 4 = 4.15 แอมป์ และกำลังรวม 49.8 วัตต์

ค่าความต้านทานเป็นสมมติฐานช่วงคงตัว

แยกคำถามเมื่อคำสั่งมาแต่โหลดเงียบ

ในโจทย์เดิม ถ้าฟิวส์เฉพาะแขนงโหลดเปิด ขดลวดยังอาจรับ 12 โวลต์และขยับได้ แต่กระแสโหลดเป็นศูนย์เพราะลูปของโหลดขาด กรณีนี้แสดงว่าหลักฐานด้านควบคุมไม่สามารถยืนยันด้านกำลังได้โดยลำพัง หากกลับกันเป็นทางกลับขดลวดขาด หน้าสัมผัสปกติเปิดย่อมไม่ถูกสั่งให้ปิด แม้ด้านเข้าหน้าสัมผัสยังมีแรงดันอยู่

การบันทึกจึงควรแยกว่าได้ตรวจแรงดันคร่อมขดลวด สถานะคำสั่ง แรงดันเข้าหน้าสัมผัส หรือแรงดันคร่อมโหลด ไม่รวมทั้งหมดเป็นคำว่ารีเลย์มีไฟ ประโยคที่ระบุคู่จุดและสถานะช่วยให้ผู้ตรวจคนถัดไปเข้าใจสิ่งที่ยืนยันแล้ว โดยไม่ต้องเดาว่าคำว่ามีไฟหมายถึงขาใด

ข้อจำกัดที่วงจรอย่างง่ายยังไม่รวม

ขดลวดจริงเป็นตัวเหนี่ยวนำ กระแสจึงไม่ได้เปลี่ยนจากศูนย์เป็นค่าคงตัวทันที และตอนหยุดจ่ายไฟมีพลังงานสะสมที่ต้องจัดการ แบบจำลองความต้านทานข้างต้นใช้คำนวณช่วงคงตัวเท่านั้น หากมีไดโอด ตัวต้านทาน หรือวงจรขับเฉพาะ ต้องอ่านส่วนเหล่านั้นเพิ่มก่อนประเมินการทำงานและการใช้แทน

หน้าสัมผัสจริงก็มีความต้านทานและอายุการตัดต่อ โหลดมอเตอร์หรือหลอดไฟไม่ได้เท่ากับตัวต้านทานคงที่ตลอดเวลา การทราบกระแสเฉลี่ยจึงยังไม่เพียงพอสำหรับเลือกรีเลย์ ประเด็นนี้เชื่อมไปยังพิกัดชนิดโหลดโดยตรง ส่วนงานที่เกี่ยวกับระบบสำคัญให้ใช้ขั้นตอนและอะไหล่ตามคู่มือรถ ไม่ต่อข้ามหน้าสัมผัสเพื่อพิสูจน์แนวคิดจากบทความ

สรุปผังให้ตรวจย้อนกลับได้

เมื่ออ่านจบควรวาดเส้นทางได้สองวง ระบุว่าตัวใดสร้างแรงแม่เหล็กและตัวใดรับกระแสโหลด พร้อมชี้จุดร่วมภายนอก ถ้ายังลากทางกลับของวงใดไม่ครบ คำอธิบายยังมีข้อมูลขาด การรู้ว่าขดลวดกับหน้าสัมผัสแยกหน้าที่กันทำให้เลือกคำถามได้ตรง แม้ยังไม่ทราบว่าส่วนใดผิดปกติ

คำอธิบายที่ดีไม่จบเพียงรีเลย์ทำงานหรือไม่ทำงาน แต่ระบุว่าการควบคุมเปลี่ยนสถานะได้หรือไม่ และพลังงานถึงโหลดตามเงื่อนไขหรือไม่ ข้อแรกเป็นหลักฐานเกี่ยวกับกลไกสั่งงาน ข้อหลังต้องมีข้อมูลวงจรโหลดประกอบ ทั้งสองอย่างควรสอดคล้องกันก่อนตัดสินผลตรวจ

แหล่งอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม

เรียบเรียงคำอธิบายและตัวอย่างขึ้นใหม่จากหลักการในแหล่งข้อมูลต่อไปนี้

  1. หลักการทำงานของรีเลย์แม่เหล็กไฟฟ้า · OMRON

อ่านต่อเรื่องใกล้กัน

ถามเรื่องหนังสือ ตะกร้า