พื้นฐานไฟฟ้า

แรงดันขดลวดรีเลย์กับพิกัดหน้าสัมผัสเป็นคนละเรื่อง

อ่านพิกัดรีเลย์เป็นสองส่วน เข้าใจแรงดันดูดและปล่อย พร้อมตัวอย่างกำลังขดลวดที่เปลี่ยนตามแรงดันโดยไม่ใช้เป็นเกณฑ์ทดสอบจริง

บนตัวรีเลย์อาจมีทั้งตัวเลขโวลต์และแอมป์อยู่ใกล้กัน จึงง่ายที่จะอ่านรวมเป็นความสามารถเดียว ทั้งที่ขดลวดกับหน้าสัมผัสทำหน้าที่ต่างกัน พิกัดขดลวดบอกเงื่อนไขด้านการขับกลไก ส่วนพิกัดหน้าสัมผัสเกี่ยวกับวงจรที่ถูกตัดต่อ การเลือกใช้อย่างเข้าใจต้องตรวจทั้งสองด้านและสภาพแวดล้อม ไม่ใช้ตัวเลขกระแสขนาดใหญ่บนฝาเป็นคำตอบเรื่องแรงดันขดลวด

แรงดันระบุเป็นจุดอ้างอิงของขดลวด

แรงดันระบุของขดลวดใช้กับการทำงานตามเงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด ไม่ได้หมายความว่าที่แรงดันต่ำกว่าตัวเลขนั้นนิดเดียวรีเลย์ต้องหยุดทันที หรือสูงกว่าเล็กน้อยจะยังใช้ได้ทุกกรณี ช่วงใช้งานต้องดูรายละเอียดของรุ่น รวมทั้งอุณหภูมิ ระยะเวลาจ่าย และข้อกำหนดวงจรขับ

แรงดันดูด แรงดันปล่อย และแรงดันสูงสุดเป็นคนละรายการ การดูดเริ่มจากตำแหน่งพัก ส่วนการปล่อยเริ่มจากตำแหน่งที่ถูกดูดอยู่แล้ว ต้องอ่านว่าในตารางใช้คำว่ามากที่สุดหรือน้อยที่สุดกำกับอะไร ไม่แปลงค่าเปอร์เซ็นต์ใด ๆ เป็นจุดสวิตช์แน่นอนของรีเลย์ทุกตัว

ภาพอธิบาย 1อ่านฉลากแยกสองวงจร
  1. ฝั่งขดลวด

    ตรวจแรงดันระบุ ประเภทกระแสและเงื่อนไขอุณหภูมิ

  2. ค่าตอบสนอง

    อ่านดูด ปล่อย และค่าสูงสุดตามคำกำกับ

  3. ฝั่งหน้าสัมผัส

    อ่านกระแสคู่แรงดันและชนิดโหลด

  4. การใช้แทน

    ต้องตรงทั้งสองด้านพร้อมรูปแบบขา

ตำแหน่งตัวเลขบนฝาไม่ได้รวมหน้าที่ของพิกัด

หน้าสัมผัสต้องอ่านแรงดันพร้อมชนิดโหลด

พิกัดหน้าสัมผัสไม่ได้บอกว่าขดลวดต้องรับแรงดันเท่ากัน รีเลย์หนึ่งตัวอาจสั่งวงจรที่มีแรงดันต่างจากด้านขดลวดได้ภายในข้อกำหนดฉนวนและการตัดต่อของรุ่นนั้น แต่ไม่ควรถือว่าการแยกภายในทำให้ใช้กับแรงดันอะไรก็ได้ ยังมีขีดจำกัดของระยะฉนวนและหน้าสัมผัสอยู่

ตัวเลขแอมป์ต้องอ่านคู่แรงดัน ชนิดกระแส และโหลดที่ใช้ทดสอบ ความสามารถนำกระแสขณะหน้าสัมผัสปิดกับความสามารถตัดต่อไม่จำเป็นต้องเท่ากัน โดยเฉพาะเมื่อต้องจัดการอาร์กหรือกระแสเริ่มต้น การเทียบเฉพาะกระแสต่อเนื่องจึงอาจพลาดเงื่อนไขที่ทำให้อายุการใช้งานต่างกัน

ตัวอย่างสมมติ: เพิ่มแรงดันแล้วกำลังเพิ่มเท่าใด

ให้ขดลวดสมมติแทนด้วยตัวต้านทานคงที่ 120 โอห์มที่อุณหภูมิหนึ่งและพิจารณาหลังผ่านช่วงเปลี่ยนแปลงแล้ว ที่ 12 โวลต์ กระแสเป็น 0.10 แอมป์ และกำลังเป็น 1.20 วัตต์ หากใช้ตัวต้านทานเดิมกับ 18 โวลต์ กระแสเป็น 0.15 แอมป์ กำลังเป็น 2.70 วัตต์ ได้จาก 18² ÷ 120

อัตราส่วนแรงดันเป็น 18 ÷ 12 = 1.5 แต่กำลังเป็น 2.70 ÷ 1.20 = 2.25 เท่า จึงไม่ถูกต้องที่จะบอกว่าความร้อนเพิ่มเท่ากับเปอร์เซ็นต์แรงดันเสมอ ตัวอย่างนี้ไม่ได้อนุญาตให้จ่าย 18 โวลต์ให้รีเลย์ 12 โวลต์ และไม่ทำนายอุณหภูมิสุดท้าย เพราะในของจริงความต้านทานและการถ่ายเทความร้อนเปลี่ยนตามอุณหภูมิ

ภาพอธิบาย 2กำลังขดลวดในแบบจำลองคงที่
  1. ที่ 12 โวลต์

    12² ÷ 120 = 1.20 วัตต์

  2. ที่ 18 โวลต์

    18² ÷ 120 = 2.70 วัตต์

  3. เทียบอัตราส่วน

    2.70 ÷ 1.20 = 2.25 เท่า

  4. ขอบเขต

    ยังไม่รวมความต้านทานที่เปลี่ยนตามอุณหภูมิ

สมมติ 120 โอห์ม ไม่ใช่ขั้นตอนทดสอบรีเลย์จริง

ตัวอย่างอ่านเปอร์เซ็นต์โดยไม่เปลี่ยนเป็นคำรับรอง

สมมติใบข้อมูลเพื่อการเรียนระบุแรงดันดูดไม่เกิน 75 เปอร์เซ็นต์ของแรงดันระบุ 12 โวลต์ที่อุณหภูมิทดสอบ จะคำนวณขอบเขตตามข้อความได้ 9 โวลต์ ความหมายคือค่าดูดของชิ้นงานภายใต้เงื่อนไขนั้นไม่เกินขอบเขต ไม่ใช่ทุกตัวเริ่มดูดที่ 9 โวลต์พอดี และไม่ได้บอกช่วงที่ควรจ่ายต่อเนื่อง

เลข 75 เปอร์เซ็นต์เป็นเงื่อนไขที่ตั้งขึ้นสำหรับโจทย์ ไม่ใช่ค่าที่อ้างว่าผู้ผลิตใช้กับทุกรุ่น หากตารางจริงให้เงื่อนไขอุณหภูมิต่างกันต้องอ่านตามนั้น การแยกค่ารับประกันกับค่าที่วัดได้จริงช่วยป้องกันการใช้ผลจากชิ้นงานตัวเดียวไปตั้งเกณฑ์กับทั้งตระกูล

วัดขดลวดที่ปลายทั้งสองในสถานะที่เกี่ยวข้อง

การตรวจแรงดันด้านหนึ่งเทียบตัวถังบอกศักย์ของขานั้น แต่สิ่งที่สร้างกระแสขดลวดคือผลต่างระหว่างปลายทั้งสอง ถ้าทางกลับมีแรงดันตก ผลต่างจริงจะลดลง แม้ด้านจ่ายดูใกล้กับแบตเตอรี่ หากวงจรขับใช้พัลส์ ค่าเฉลี่ยจากเครื่องมือก็อาจไม่แสดงรายละเอียดที่ทำให้รีเลย์ตอบสนอง

ก่อนตีความว่าพิกัดไม่ตรง ให้ตรวจรหัสอะไหล่ ประเภทขดลวด และวิธีควบคุมจากผังของรถ การทดลองจ่ายจากแหล่งอื่นโดยไม่รู้ขั้วหรือวงจรป้องกันอาจเพิ่มตัวแปรแทนที่จะให้คำตอบ งานอ่านพิกัดที่ดีจึงเริ่มจากข้อมูลชิ้นส่วนและเงื่อนไขวัดที่ชัดเจน

ตัดสินการใช้แทนด้วยข้อมูลครบสองด้าน

ทำรายการขดลวดและหน้าสัมผัสแยกกันแล้วตรวจทีละช่อง ด้านขดลวดรวมแรงดัน ประเภทกระแส การกินกระแส ขั้ว และวงจรลดแรงดันกระชาก ด้านหน้าสัมผัสรวมรูปแบบขา พิกัดตามโหลด และสภาพการติดตั้ง หากช่องใดไม่ทราบ ให้ระบุว่ายังเทียบไม่ครบแทนการสรุปว่าแอมป์สูงกว่าจึงใช้ได้

สิ่งที่ได้จากตัวอย่างคือวิธีอ่านความสัมพันธ์ ไม่ใช่เบอร์อะไหล่ทดแทน เมื่อคำอธิบายสามารถบอกได้ว่าแรงดันแต่ละตัวอ้างถึงส่วนไหนและอยู่ภายใต้เงื่อนไขใด การตรวจรีเลย์จะลดความกำกวมลงมาก โดยยังรักษาขอบเขตระหว่างความรู้พื้นฐานกับข้อกำหนดเฉพาะของรถ

หากพบตัวเลขสองค่าแยกด้วยเครื่องหมายทับ อย่ารีบคิดว่าเป็นช่วงใช้งาน ต้องอ่านคำกำกับว่าหมายถึงแรงดันคนละชนิดกระแส ความถี่ หรือพิกัดคนละหน้าสัมผัส การคัดลอกเพียงตัวเลขออกจากบรรทัดจึงอาจทำให้ความหมายผิดทั้งที่คัดเลขถูก การเก็บชื่อหัวข้อและเงื่อนไขไว้ด้วยช่วยป้องกันข้อผิดพลาดนี้

แหล่งอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม

เรียบเรียงคำอธิบายและตัวอย่างขึ้นใหม่จากหลักการในแหล่งข้อมูลต่อไปนี้

  1. การอ่านแรงดันดูด แรงดันปล่อย และแรงดันสูงสุดของขดลวด · OMRON
  2. การเลือกใช้รีเลย์ตามพิกัดและชนิดโหลด · OMRON

อ่านต่อเรื่องใกล้กัน

ถามเรื่องหนังสือ ตะกร้า