พื้นฐานไฟฟ้า

รีเลย์ที่มีไดโอดในตัวเหตุใดจึงต้องระวังขั้วขดลวด

เข้าใจทางไหลของกระแสขดลวดเมื่อหยุดสั่งงาน อ่านขั้วไดโอดจากผัง และคำนวณพลังงานสะสมสมมติโดยไม่เดาขนาดแรงดันกระชาก

รีเลย์ที่ภายนอกดูเหมือนกันอาจต่างกันตรงชิ้นส่วนเล็ก ๆ ซึ่งต่อคร่อมขดลวด หากเป็นไดโอด ขั้วที่ใช้จ่ายไฟจะมีความสำคัญ การสลับสายที่อาจไม่มีผลกับขดลวดธรรมดาบางชนิดอาจทำให้ทางไดโอดนำกระแสผิดเงื่อนไขในอีกรุ่นได้ จึงต้องอ่านผังอุปกรณ์ก่อนอาศัยความคุ้นเคยกับรูปร่าง บทนี้อธิบายหลักการของไดโอดคร่อมขดลวดแบบทั่วไป ไม่ใช้แทนผังเฉพาะของวงจรขับ

ขดลวดเก็บพลังงานระหว่างทำงาน

ขดลวดไม่ใช่เพียงความต้านทาน กระแสที่ไหลสร้างสนามแม่เหล็กและมีพลังงานสะสม เมื่อวงจรขับหยุดจ่าย กระแสในตัวเหนี่ยวนำไม่เปลี่ยนเป็นศูนย์ทันที แรงดันที่ปลายขดลวดจะเปลี่ยนเพื่อรองรับการเปลี่ยนกระแส ขนาดและรูปคลื่นขึ้นกับโครงสร้างวงจร ไม่ได้กำหนดจากแรงดันแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว

การหยุดคำสั่งจึงยังมีช่วงถ่ายเทพลังงานก่อนกลไกปล่อยเต็มที่ อุปกรณ์ลดแรงดันกระชากทำหน้าที่จัดเส้นทางหรือจำกัดแรงดันในช่วงนี้ การมีชิ้นส่วนดังกล่าวไม่ได้รับรองว่าขดลวดปล่อยเร็วเท่ากับรุ่นที่ใช้วิธีอื่น และไม่ควรอธิบายว่าพลังงานหายไปโดยไม่มีทางระบาย

ภาพอธิบาย 1ไดโอดคร่อมขดลวดตามผัง
  1. ขณะจ่าย

    ไดโอดไบแอสย้อน กระแสทำงานไหลในขดลวด

  2. หยุดจ่าย

    ขดลวดเปลี่ยนแรงดันเพื่อรักษากระแสชั่วขณะ

  3. ทางไดโอด

    กระแสไหลต่อผ่านลูปที่กำหนดและค่อยลดลง

  4. ก่อนใช้แทน

    ตรวจขั้วและชนิดวงจรลดแรงดันกระชากตรงรุ่น

อธิบายวงจรไดโอดธรรมดาที่ต่อถูกขั้ว

ไดโอดธรรมดามีทิศทางที่ตั้งใจไว้

ในการต่อไดโอดคร่อมขดลวดแบบทั่วไป ไดโอดถูกไบแอสย้อนขณะจ่ายไฟตามขั้วที่กำหนด จึงไม่เป็นทางลัดแทนขดลวด เมื่อหยุดจ่ายและขั้วแรงดันของขดลวดเปลี่ยน ไดโอดจึงเป็นส่วนหนึ่งของทางให้กระแสเดิมไหลต่อและลดลง พลังงานกระจายเป็นความร้อนในวงจรที่เกี่ยวข้อง

ถ้าจ่ายกลับขั้ว ไดโอดอาจถูกไบแอสตรงตั้งแต่เริ่มและสร้างทางกระแสที่ไม่ได้ตั้งใจ กระแสจริงถูกจำกัดโดยแหล่งจ่าย สาย วงจรขับ และอุปกรณ์ป้องกัน จึงไม่ควรทำนายว่าจะขาดที่ฟิวส์หรือเสียที่ชิ้นใดแน่นอน การไม่รู้ผลลัพธ์ปลายทางไม่ได้ทำให้การกลับขั้วกลายเป็นวิธีทดสอบที่เหมาะสม

ตัวอย่างสมมติ: พลังงานก่อนหยุดสั่งงาน

กำหนดขดลวดเชิงเส้นสมมติที่มีค่าความเหนี่ยวนำ 0.20 เฮนรีและมีกระแสก่อนหยุด 0.15 แอมป์ ใช้พลังงาน E = LI² ÷ 2 ได้ 0.20 × 0.15² ÷ 2 = 0.00225 จูล หรือ 2.25 มิลลิจูล ค่านี้เป็นพลังงานตั้งต้น ไม่ใช่แรงดันกระชาก และไม่ใช่กำลังสูญเสียต่อเนื่องของขดลวด

หากกำหนดอีกกรณีให้กระแสเป็น 0.30 แอมป์โดยความเหนี่ยวนำเท่าเดิม พลังงานจะเป็น 0.009 จูล หรือ 9 มิลลิจูล เพิ่มสี่เท่า ตรวจกลับจากอัตราส่วนกระแสยกกำลังสองได้ (0.30 ÷ 0.15)² = 4 โจทย์ไม่ได้บอกความอิ่มตัวของแม่เหล็กหรือรูปคลื่นจริง จึงเป็นเพียงแบบจำลองสำหรับเข้าใจปริมาณพลังงานที่ต้องจัดการ

ภาพอธิบาย 2พลังงานไม่ใช่แรงดันยอด
  1. กระแส 0.15 แอมป์

    0.20 × 0.15² ÷ 2 = 2.25 มิลลิจูล

  2. กระแส 0.30 แอมป์

    0.20 × 0.30² ÷ 2 = 9 มิลลิจูล

  3. ตรวจสัดส่วน

    9 ÷ 2.25 = 4 เท่า

  4. สิ่งที่ยังไม่รู้

    แรงดันยอดและเวลาปล่อยต้องมีข้อมูลวงจรเพิ่ม

สมมติค่าความเหนี่ยวนำคงที่ 0.20 เฮนรี

เหตุใดหาพลังงานได้แต่ยังบอกแรงดันยอดไม่ได้

พลังงานเดียวกันอาจถูกถ่ายเทผ่านทางที่มีแรงดันและระยะเวลาต่างกัน การทราบ 2.25 มิลลิจูลจึงไม่ให้ค่าแรงดันยอดโดยอัตโนมัติ ต้องมีข้อมูลวงจรลดแรงดันกระชาก องค์ประกอบแฝง และการสวิตช์เพิ่ม หากไม่มีข้อมูลเหล่านี้ ให้หยุดที่สิ่งที่โจทย์พิสูจน์ได้ ไม่เติมค่าแรงดันหรือเวลาปล่อยจากความจำ

กรณีใช้ไดโอดร่วมกับอุปกรณ์ชนิดอื่นก็ต้องอ่านสัญลักษณ์ให้ครบ อย่าเห็นรูปคล้ายไดโอดแล้วถือว่าเหมือนวงจรคร่อมธรรมดาทุกแบบ วิธีจำกัดแรงดันที่ต่างกันอาจส่งผลต่อช่วงลดกระแสและเวลาปล่อย ดังนั้นการเปลี่ยนชนิดรีเลย์ยังเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบ แม้ขั้วและพิกัดกระแสหน้าสัมผัสดูตรงกัน

ตรวจข้อมูลขั้วจากของจริงก่อนต่อใช้งาน

ใช้รหัสรุ่นตรวจภาพผังและคำกำกับขั้วขดลวด จุดที่มีขีดในสัญลักษณ์ไดโอดบอกด้านแคโทด แต่ต้องอ่านร่วมกับการเชื่อมต่อและขั้วจ่ายในภาพ ไม่เดาจากตำแหน่งบนฝา หากรูปแสดงขั้วบวกและลบไว้แล้วให้ยึดข้อมูลตรงรุ่น และตรวจมุมมองของฐานด้วย

เมื่อข้อมูลระบุเพียงว่ามีการลดแรงดันกระชากแต่ไม่บอกชนิด ยังไม่ควรสรุปว่าไม่มีขั้ว การแทนรีเลย์ควรตรวจว่าผู้ผลิตอนุญาตให้วงจรขับใช้ชนิดใด การวัดความต้านทานอย่างเดียวอาจไม่บอกส่วนประกอบภายในครบ โดยเฉพาะเมื่อมิเตอร์ใช้แรงดันทดสอบต่างกันหรือมีหลายชิ้นส่วนต่ออยู่

บันทึกสิ่งที่ยืนยันและข้อจำกัดให้ชัด

คำสรุปที่ใช้ได้ควรระบุว่าอ่านผังแล้วพบไดโอดคร่อมขดลวดตามขั้วใด และอะไหล่ที่จะใช้มีวงจรภายในตรงกับข้อกำหนดหรือไม่ แทนคำว่ามีตัวกันกระชากเหมือนกัน หากยังไม่รู้รุ่น ให้แยกเป็นข้อมูลค้างตรวจ ไม่ลองกลับขั้วเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น

ตัวอย่างพลังงานช่วยให้เห็นว่าการหยุดสั่งงานยังมีพลังงานที่ต้องถ่ายเท แต่ไม่ใช่แนวทางเลือกไดโอดหรือออกแบบวงจรขับ การเลือกอุปกรณ์จริงต้องมีค่าทนแรงดัน กระแส พัลส์ อุณหภูมิ และเงื่อนไขระบบที่เกี่ยวข้อง การเก็บขอบเขตนี้ไว้ทำให้บทพื้นฐานไม่กลายเป็นสูตรดัดแปลงที่ขาดข้อมูล

สำหรับการส่งต่องาน ให้เก็บภาพสัญลักษณ์พร้อมเลขขาไว้ด้วย การเขียนเพียงคำว่าไดโอดอาจยังแยกไม่ได้ว่าอยู่คร่อมขดลวดหรืออยู่ตำแหน่งอื่นในวงจร ส่วนคำว่าแคโทดควรจับคู่กับรูปขีดในสัญลักษณ์ ไม่ใช้สีสายเป็นตัวนิยามขั้ว เพราะสีเป็นข้อมูลการเดินสายของระบบ ไม่ใช่คุณสมบัติของไดโอด

แหล่งอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม

เรียบเรียงคำอธิบายและตัวอย่างขึ้นใหม่จากหลักการในแหล่งข้อมูลต่อไปนี้

  1. ขั้วขดลวด อุณหภูมิ และความต้านทานหน้าสัมผัส · OMRON
  2. ชนิดรีเลย์และรหัสขาที่ใช้ทั่วไป · HELLA New Zealand
  3. พลังงานในสนามแม่เหล็ก · OpenStax, Rice University

อ่านต่อเรื่องใกล้กัน

ถามเรื่องหนังสือ ตะกร้า