อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

แยกแรงดันใช้งาน แรงดันเริ่มพังทลาย และแรงดันหนีบของ TVS

อ่านค่าแรงดันของอุปกรณ์ป้องกันให้สัมพันธ์กับกระแสพัลส์และขอบเขตอินพุต เข้าใจว่าตัวเลขบนชื่อชิ้นส่วนไม่ใช่แรงดันสูงสุดที่โหลดจะเห็น และตรวจด้วยการคำนวณก่อนเลือก

การเลือก TVS จากตัวเลขแรงดันที่อยู่ในชื่อเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เข้าใจผิดว่าแรงดันที่วงจรด้านหลังจะเห็นถูกจำกัดไว้เท่าตัวเลขนั้น ในความจริงเอกสารแยกแรงดันหลายค่าเพื่ออธิบายพฤติกรรมคนละช่วง ทั้งขณะวงจรทำงานปกติและขณะรับกระแสป้องกัน บทนี้เน้นวิธีอ่านและคำนวณจากสถานการณ์สมมติ ไม่เสนอการสร้างแรงดันกระชากหรือไฟฟ้าสถิตเพื่อยิงทดสอบบนโต๊ะ

แรงดันใช้งานบอกช่วงที่ควรปล่อยให้สัญญาณทำงาน

แรงดันใช้งานย้อนสูงสุดหรือ VRWM เป็นค่าที่ใช้เลือกให้อุปกรณ์ป้องกันอยู่ในภาวะกระแสรั่วตามข้อกำหนดเมื่อวงจรทำงานปกติ ต้องพิจารณาแรงดันสูงสุดของสัญญาณรวมความคลาดและภาวะปกติที่อาจเกิด ไม่ใช่ดูเพียงค่าเฉลี่ย หากเลือกต่ำกว่าสัญญาณที่ต้องปล่อยผ่าน อุปกรณ์ป้องกันอาจเริ่มมีผลต่อสัญญาณหรือรับกระแสต่อเนื่องที่ไม่ได้ตั้งใจ

กระแสรั่วที่แรงดันใช้งานยังเปลี่ยนตามอุณหภูมิและชนิดอุปกรณ์ และความจุของ TVS ก็เพิ่มภาระกับสายสัญญาณด้วย การผ่านเงื่อนไขแรงดันจึงยังไม่ใช่การผ่านทุกด้าน สำหรับอินพุตอิมพีแดนซ์สูง กระแสรั่วอาจทำให้ค่าแรงดันขยับ ส่วนสายสัญญาณเร็วอาจไวต่อความจุ ต้องดูคุณสมบัติเหล่านี้แยกจากแรงดันหนีบ

ภาพอธิบาย 1แรงดันสามค่าบอกพฤติกรรมคนละช่วง
  1. VRWM

    ใช้พิจารณาช่วงสัญญาณปกติที่กระแสรั่วยังอยู่ในข้อกำหนด

  2. VBR

    ระบุแรงดันเริ่มพังทลายที่กระแสทดสอบหนึ่งค่า ไม่ใช่แรงดันหนีบทุกพัลส์

  3. VC

    ระบุแรงดันที่กระแสพัลส์และรูปคลื่นที่กำหนด ต้องแยกค่าสูงสุดจากค่าทั่วไป

ต้องอ่านกระแสและรูปคลื่นกำกับแรงดัน TVS แต่ละค่า

แรงดันเริ่มพังทลายกับแรงดันหนีบวัดคนละกระแส

แรงดันเริ่มพังทลาย VBR วัดที่กระแสทดสอบที่กำหนด ใช้บอกบริเวณที่การนำย้อนเริ่มชัดเจน ส่วนแรงดันหนีบ VC ระบุที่กระแสพัลส์และรูปคลื่นอีกชุดหนึ่ง ซึ่งมักเป็นกระแสมากกว่า อุปกรณ์จริงมีความต้านทานไดนามิก ทำให้แรงดันสูงขึ้นเมื่อรับกระแสมากขึ้น จึงไม่ควรใช้ VBR แทนแรงดันสูงสุดที่วงจรจะเห็นขณะเกิดเหตุ

แม้เป็น VC เหมือนกัน ก็ต้องดูว่าเป็นค่าสูงสุดหรือค่าทั่วไป และวัดด้วยพัลส์ชนิดใด ค่าที่ได้จากการทดสอบไฟฟ้าสถิตกับค่าจากพัลส์กระชากอีกมาตรฐานไม่ควรถูกนำมาเทียบโดยไม่อ่านเงื่อนไข พิกัดแรงดันไฟฟ้าสถิตที่อุปกรณ์ผ่านเป็นข้อมูลความทนในชุดทดสอบ ไม่ใช่แรงดันคงเหลือที่อินพุตด้านหลังจะรับทั้งหมด

สถานการณ์สมมติ: ใช้งานห้าโวลต์แต่หนีบเกินขอบเขตโหลด

สมมติสายสัญญาณมีแรงดันปกติสูงสุด 5.0 โวลต์ และวงจรรับที่กำลังพิจารณามีขอบเขตแรงดันสูงสุดสมมติ 6.0 โวลต์ ตัวเลือก TVS หนึ่งระบุ VRWM = 5.0 โวลต์ VBR เริ่มที่ 6.2 โวลต์ และ VC สูงสุด 9.0 โวลต์ที่กระแสพัลส์ตามเงื่อนไข การที่ VRWM ตรงกับสัญญาณไม่ได้ทำให้วงจรรับปลอดภัยจากแรงดันเกิน เพราะแม้เพียงเริ่มพังทลายก็อยู่เหนือขอบเขตสมมติของวงจรรับแล้ว

โจทย์นี้จึงไม่ควรแก้ด้วยการลด VRWM จน TVS รบกวนสัญญาณปกติโดยไม่ประเมินใหม่ อาจต้องใช้โครงสร้างป้องกันหลายส่วน จำกัดกระแสเข้าขา หรือเลือกวงจรรับที่มีข้อกำหนดเหมาะสม โดยอ่านข้อมูลของทุกส่วน การอนุมานความทนพัลส์จากพิกัดแรงดันสูงสุดอย่างเดียวก็ยังไม่พอ เพราะผู้ผลิตวงจรรับอาจมีข้อจำกัดกระแสและเวลาต่างกัน ตัวเลขทั้งหมดในตัวอย่างมีไว้ชี้ความขัดแย้ง ไม่ใช่ชุดอุปกรณ์แนะนำให้ประกอบ

ภาพอธิบาย 2TVS ตรงแรงดันใช้งานยังอาจป้องกันไม่ได้
  1. สัญญาณปกติ

    สูงสุด 5.0 โวลต์ และ TVS ตัวเลือกมี VRWM 5.0 โวลต์

  2. ขอบเขตวงจรรับ

    โจทย์กำหนดค่าสูงสุดของวงจรรับไว้ที่ 6.0 โวลต์

  3. แรงดันพังทลายสูงเกิน

    VBR เริ่ม 6.2 โวลต์ สูงกว่าขอบเขตวงจรรับสมมติแล้ว

  4. พัลส์ยิ่งสูง

    VC สูงสุด 9.0 โวลต์ที่เงื่อนไขพัลส์นั้น จึงเลือกจาก VRWM ตรงกันเพียงอย่างเดียวไม่ได้

ตัวเลขสมมติชี้ข้อขัดแย้งในการเลือกอุปกรณ์ ไม่ใช่วงจรแนะนำให้ประกอบ

ความต้านทานไดนามิกและทางเดินกระแสเพิ่มแรงดันได้

สมมติในช่วงพัลส์เดียวกันมีจุดทำงานอ้างอิงที่ 7.0 โวลต์เมื่อกระแสหนึ่งแอมป์ และความต้านทานไดนามิกประมาณ 0.5 โอห์ม หากกระแสเพิ่มเป็นสามแอมป์ การประมาณเฉพาะช่วงให้แรงดันเพิ่ม 0.5 × (3 − 1) = 1.0 โวลต์ จึงได้ประมาณ 8.0 โวลต์ สมการนี้ใช้ความเปลี่ยนแปลงรอบจุดทำงาน ไม่ใช่เอาแรงดันเจ็ดโวลต์หารกระแสแล้วใช้เป็นความต้านทานคงที่ทั้งหมด

นอกจากแรงดันของ TVS เอง กระแสป้องกันผ่านความเหนี่ยวนำของทางต่อทำให้เกิดแรงดัน L × di/dt ได้ ถ้าจุดที่อ้างอิงกราวด์ของอินพุตไม่ได้อยู่ใกล้ทางกลับของ TVS วงจรรับอาจเห็นแรงดันต่างจากที่วัดคร่อมตัวป้องกัน การวางอุปกรณ์ใกล้จุดเข้าสัญญาณและจัดทางระบายกระแสจึงเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกัน ไม่ใช่เพียงการมีรหัสชิ้นส่วนถูกต้องในรายการอุปกรณ์

วิธีนำไปใช้คัดเลือกจากเอกสารอย่างเป็นขั้นตอน

  1. กำหนดช่วงสัญญาณปกติทั้งสองทิศและอุณหภูมิ พร้อมขอบเขตแรงดันและกระแสของวงจรรับ
  2. อ่าน VRWM และกระแสรั่วเพื่อยืนยันว่าอุปกรณ์ป้องกันไม่รบกวนการใช้งานปกติ
  3. อ่าน VBR และ VC พร้อมกระแส รูปคลื่น และสถานะค่าทั่วไปหรือค่าสูงสุด ไม่เทียบเฉพาะชื่อพารามิเตอร์
  4. ตรวจความจุ ทิศการป้องกัน และพิกัดพัลส์ที่สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่ออกแบบรองรับ
  5. ทบทวนทางเดินกระแสและจุดอ้างอิงของวงจรรับ แล้ววางแผนการทดสอบโดยห้องปฏิบัติการและเครื่องมือที่เหมาะสมแทนการสร้างพัลส์โดยเดาวิธี

ข้อผิดพลาดและการตรวจสอบผลที่ทำได้โดยไม่ยิงพัลส์

บนบอร์ดสาธิตแรงดันต่ำ สามารถตรวจขั้ว การต่อวงจร และผลต่อสัญญาณปกติภายในพิกัดได้ แต่การวัดผ่านด้วยมิเตอร์ไม่ยืนยันสมรรถนะหนีบพัลส์ ส่วนการถอด TVS ออกแล้ววงจรกลับทำงานไม่ได้พิสูจน์ว่าอุปกรณ์ป้องกันเป็นต้นเหตุทั้งหมด เพราะอาจมีแรงดันผิดปกติจากภายนอกที่ทำให้มันเสีย ห้ามปล่อยวงจรใช้งานจริงโดยตัดส่วนป้องกันทิ้งเพื่อให้เปิดติด

ผลตรวจเอกสารที่ดีควรแสดงความสัมพันธ์ระหว่างแรงดันปกติ ขอบเขตวงจรรับ และแรงดันหนีบภายใต้พัลส์ที่สนใจ หากข้อมูลช่วงใดไม่มีให้ระบุว่ายังยืนยันไม่ได้ ไม่ใช้การคาดว่าทุกพัลส์จะเท่าค่าตาราง การรับรองการป้องกันระดับระบบต้องอาศัยผลทดสอบกับโครงสร้างจริง และไม่สามารถสรุปจากพิกัดชิ้นส่วนเดี่ยวเพียงค่าเดียวได้

แหล่งอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม

เรียบเรียงคำอธิบายและตัวอย่างขึ้นใหม่จากหลักการในแหล่งข้อมูลต่อไปนี้

  1. Electrical Characteristics of TVS Diodes (ESD Protection Diodes) · Toshiba Electronic Devices & Storage
  2. What Are the Typical Electrical Characteristics of ESD Protection Diodes? · Toshiba Electronic Devices & Storage

อ่านต่อเรื่องใกล้กัน

ถามเรื่องหนังสือ ตะกร้า