พื้นฐานไฟฟ้า

ฟิวส์หลักกับฟิวส์ย่อยแบ่งหน้าที่กันอย่างไร

แยกการป้องกันสายหลักกับแขนง และใช้ช่วงเวลาสมมติอธิบายการตัดเฉพาะส่วนโดยไม่เหมาว่าฟิวส์เล็กขาดก่อนเสมอ

ฟิวส์หลักกับฟิวส์ย่อยไม่ได้เป็นฟิวส์สำรองที่ทำงานซ้ำกันทุกหน้าที่ ฟิวส์หลักอยู่บนทางจ่ายร่วม ส่วนฟิวส์ย่อยอยู่บนทางของแต่ละแขนง การจัดให้ความผิดปกติแขนงหนึ่งถูกตัดโดยไม่ดับส่วนอื่นต้องพิจารณาลักษณะการทำงานร่วมกัน ไม่ใช่เลือกแอมป์หลักให้มากกว่าแอมป์ย่อยแล้วถือว่าจบ บทนี้ใช้วงจรและช่วงเวลาสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิดโดยไม่อ้างการรับรองผลิตภัณฑ์

สายหลักรับผลรวม ส่วนสายย่อยรับภาระของแขนง

หลังฟิวส์หลักอาจมีจุดแยกจ่ายไปหลายฟิวส์ย่อย กระแสผ่านฟิวส์หลักจึงเป็นผลรวมของแขนงที่ทำงานอยู่ ขณะที่ฟิวส์ย่อยแต่ละตัวรับกระแสเฉพาะแขนงนั้น หากฟิวส์ย่อยตัวหนึ่งเปิด กระแสหลักจะเปลี่ยนตามภาระที่เหลือ การใช้กระแสของแขนงที่เสียเพียงตัวเดียวเป็นกระแสหลักจึงอาจผิดเมื่อแขนงอื่นยังทำงาน

สายหลักและสายย่อยอาจมีหน้าตัดและสภาพติดตั้งต่างกัน ฟิวส์หลักที่เหมาะกับสายใหญ่ไม่ได้รับรองว่าสายเล็กหลังจุดแยกได้รับการป้องกันเพียงพอ ต้องพิจารณาทั้งกระแสใช้งานและภาระผิดปกติของช่วงสายแต่ละช่วง การใช้ฟิวส์ย่อยช่วยจำกัดขอบเขตปัญหา แต่ไม่ทำให้การเลือกฟิวส์หลักและขนาดสายร่วมหมดความสำคัญ

ภาพอธิบาย 1แบ่งหน้าที่บนผัง
  1. ฟิวส์หลัก

    ป้องกันช่วงจ่ายร่วมและรับกระแสรวม

  2. จุดแยก

    แจกกระแสตามโหลดแต่ละแขนง

  3. ฟิวส์ย่อย

    อยู่บนทางของแขนงเฉพาะ

  4. เป้าหมายการตัด

    แยกส่วนผิดปกติโดยรักษาส่วนอื่นเมื่อประสานได้

การประสานต้องใช้ข้อมูลผู้ผลิต ไม่ใช่อัตราส่วนแอมป์ลอย ๆ

การตัดเฉพาะส่วนต้องเปรียบเทียบเวลาและเงื่อนไข

เป้าหมายของการประสานคือให้ส่วนใกล้ความผิดปกติเปิดโดยส่วนต้นทางที่ไม่จำเป็นยังทำงานได้ แหล่ง Eaton อธิบายว่าต้องใช้เส้นโค้งและตารางการประสานของผู้ผลิต ซึ่งมีบริบทงานระบบไฟฟ้าอาคาร บทนี้นำหลักการเปรียบเทียบมาอธิบายวงจรฝึก ไม่ใช้ข้อบังคับงานอาคารไปกำหนดระบบรถ และไม่กำหนดอัตราส่วนพิกัดฟิวส์สากล

ต้องเปรียบเทียบข้อมูลที่มีความหมายตรงกัน เช่นเวลาตัดรวมสูงสุดของตัวปลายทางกับเวลาหลอมต่ำสุดของตัวต้นทางภายใต้กระแสที่แต่ละตัวเห็น การใช้ค่ากลางสองเส้นที่ดูไม่ตัดกันอาจยังไม่รวมความคลาดเคลื่อน ความร้อนก่อนหน้า และผลจำกัดกระแสช่วงสั้นมาก หากจะรับรองครบช่วงต้องใช้ข้อมูลประสานที่เหมาะกับอุปกรณ์และระบบนั้นจริง

ตัวอย่างสมมติของสองแขนงที่ยังรักษากระแสได้

กำหนดวงจรฝึกมีแขนง ก ดึง 4 แอมป์ และแขนง ข ดึง 6 แอมป์ในภาวะปกติ ฟิวส์หลักรับ 10 แอมป์ ต่อมาสมมติความผิดปกติทำให้แขนง ก มีกระแสคงที่ 30 แอมป์ระหว่างช่วงก่อนตัด ขณะที่แขนง ข ยังดึง 6 แอมป์ได้ แหล่งจ่ายรองรับเงื่อนไขนี้ตามโจทย์ ฟิวส์หลักจึงเห็น 36 แอมป์ ไม่ใช่ 30 แอมป์

สมมติข้อมูลฝึกของฟิวส์ย่อย ก ระบุเวลาตัดรวมสูงสุด 0.20 วินาทีที่ 30 แอมป์ ส่วนฟิวส์หลักมีเวลาหลอมต่ำสุด 0.50 วินาทีที่ 36 แอมป์ในเงื่อนไขเริ่มต้นเดียวกัน ที่จุดคำนวณนี้ฟิวส์ย่อยตัดเสร็จก่อนเวลาที่ฟิวส์หลักอาจเริ่มหลอมอย่างน้อย 0.30 วินาที จึงสอดคล้องกับการตัดเฉพาะแขนง ก ในแบบจำลองนี้ ตัวเลขเวลาไม่ได้มาจากผลิตภัณฑ์จริง

หากเปลี่ยนฟิวส์ย่อยเป็นแบบสมมติที่เวลาตัดรวมสูงสุดยาวถึง 0.70 วินาที ขอบเขตนี้เลยเวลาหลอมต่ำสุด 0.50 วินาทีของตัวหลัก จึงไม่สามารถรับรองจากข้อมูลนี้ว่าตัวหลักจะคงอยู่ แม้แอมป์ย่อยที่พิมพ์อาจยังต่ำกว่าหลัก เราไม่ได้สรุปว่าหลักต้องขาดก่อนทุกครั้ง แต่สรุปว่าช่วงเวลาที่ให้ไม่แยกกันพอสำหรับคำรับรองเดิม

ภาพอธิบาย 2เปรียบเทียบช่วงเวลาสมมติ
  1. กระแสหลัก

    30 + 6 = 36 แอมป์

  2. ย่อยตัดรวมสูงสุด

    0.20 วินาทีที่ 30 แอมป์

  3. หลักหลอมต่ำสุด

    0.50 วินาทีที่ 36 แอมป์

  4. ผลเฉพาะจุดนี้

    ช่องว่างเวลา 0.30 วินาที ยังไม่รับรองทุกกระแส

เวลา 0.20 และ 0.50 วินาทีเป็นข้อมูลฝึก ไม่ใช่เส้นโค้งฟิวส์จริง

จุดคำนวณเดียวไม่ใช่การรับรองทุกระดับกระแส

ตัวอย่าง 30 กับ 36 แอมป์ตรวจเพียงเหตุการณ์หนึ่ง หากกระแสผิดปกติสูงกว่านี้มาก ช่วงเวลาและพฤติกรรมจำกัดกระแสอาจเปลี่ยนจนการเรียงเดิมใช้ไม่ได้ เช่นเดียวกับโหลดเกินเล็กน้อยที่กินเวลานานและได้รับผลจากอุณหภูมิ ต้องตรวจครบขอบเขตที่ระบบต้องรับรอง ไม่ยกผลดีที่กระแสหนึ่งไปแปลว่าประสานสมบูรณ์ทุกกรณี

ในระบบจริงแขนงปกติอาจดึงกระแสลดลงเมื่อแรงดันแหล่งจ่ายตก ทำให้กระแสหลักไม่เท่ากับผลรวมค่าปกติเดิมบวกค่าผิดปกติอย่างง่าย การกำหนดแขนง ข คง 6 แอมป์ในโจทย์จึงเป็นสมมติฐานที่ต้องกล่าวไว้ หากข้อมูลจริงต่างต้องหากระแสที่อุปกรณ์แต่ละตัวเห็นใหม่ ก่อนเทียบเส้นเวลาและก่อนสรุปขอบเขตที่ยังทำงานได้

การเปลี่ยนฟิวส์หนึ่งตัวอาจเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งชุด

การใช้ฟิวส์ย่อยชนิดหน่วงมากขึ้นเพื่อทนกระแสเริ่มงานอาจกระทบการประสานกับหลัก แม้ไม่มีการเปลี่ยนสายหรือพิกัดกระแส การเพิ่มขนาดฟิวส์หลักเพื่อให้ไม่ขาดก็อาจทำให้การป้องกันสายหลักไม่ตรงแบบ จึงต้องมองเป็นคู่และมองทั้งระบบ ไม่แก้ทีละตัวจากอาการโดยไม่กลับไปตรวจวัตถุประสงค์การป้องกัน

รายงานการประเมินควรระบุผังแยกแขนง กระแสแต่ละตัว เงื่อนไขเริ่มต้น และชนิดข้อมูลเวลาที่ใช้ พร้อมบอกว่ารับรองเพียงจุดใดหรือช่วงใด บทเรียนสำคัญคือฟิวส์เล็กไม่ได้ขาดก่อนเสมอด้วยชื่อขนาดเพียงอย่างเดียว การตัดเฉพาะส่วนต้องอาศัยพฤติกรรมที่ตรวจได้ ส่วนตัวอย่างเวลาในบทนี้เป็นเครื่องมือฝึกอ่านขอบเขต ไม่ใช่ตารางเลือกฟิวส์รถ

แหล่งอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม

เรียบเรียงคำอธิบายและตัวอย่างขึ้นใหม่จากหลักการในแหล่งข้อมูลต่อไปนี้

  1. Selective Coordination · Eaton
  2. Fuse Technology · Eaton
  3. 10.3 Kirchhoff’s Rules — University Physics Volume 2 · OpenStax, Rice University

อ่านต่อเรื่องใกล้กัน

ถามเรื่องหนังสือ ตะกร้า