การมีวงยางอยู่ในปลั๊กไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าจุดต่อทั้งหมดป้องกันน้ำได้ เพราะน้ำอาจเข้าผ่านรอยประกบเรือน ช่องรอบสาย หรือช่องที่ไม่มีสายก็ได้ ระบบซีลจึงต้องทำงานร่วมกับขนาดสาย รูปร่างเรือน และสถานะการประกอบ การอ่านคำว่าปลั๊กกันน้ำโดยไม่ตรวจเส้นทางเหล่านี้อาจทำให้เปลี่ยนซีลชิ้นเดียวแล้วมองข้ามทางเข้าที่ยังเปิดอยู่
ซีลแต่ละตำแหน่งปิดทางผ่านคนละทาง
ซีลระหว่างเรือนอยู่บริเวณที่ปลั๊กสองฝั่งประกบ ส่วนซีลด้านสายปิดช่องว่างระหว่างผิวฉนวนกับทางเข้าของสาย บางตระกูลใช้ซีลแยกแต่ละเส้น บางตระกูลใช้แผ่นยางร่วมหลายช่อง หลักการคือทำให้เกิดการสัมผัสต่อเนื่องในตำแหน่งที่ออกแบบไว้ ไม่ใช่เติมวัสดุให้มากที่สุด หน้า DTM ของ TE แสดงว่ามีทั้งซีลด้านสายและซีลบริเวณประกบ ซึ่งเป็นตัวอย่างของการป้องกันหลายทางร่วมกัน
เรือนที่ล็อกไม่สุดอาจทำให้ซีลประกบยังไม่ได้รับการกดตามรูปทรงที่ต้องการ ส่วนสายที่เล็กกว่าช่วงรองรับอาจทำให้ซีลรอบสายสัมผัสไม่พอ แม้เรือนประกบดี จึงต้องแยกสองคำถามนี้ การเห็นด้านนอกแห้งไม่ได้ยืนยันด้านใน และการพบน้ำด้านในก็ยังไม่บอกว่าต้องเข้าจากซีลเรือนเสมอ อาจมาจากแนวสายหรือรอยเสียหายอีกตำแหน่ง
- รอยประกบ
ซีลระหว่างเรือนต้องอยู่ตำแหน่งและประกบครบ
- รอบสาย
ฉนวนสมบูรณ์และขนาดตรงช่วงรองรับ
- ช่องสำรอง
ใช้ชิ้นอุดตามแบบของระบบซีล
- ชุดประกอบ
ตรวจเงื่อนไขป้องกันน้ำของทั้งระบบ
ภาพความสัมพันธ์ของระบบซีลทั่วไป
พื้นที่ตัวนำไม่ใช่เส้นผ่านศูนย์กลางฉนวน
ขนาดทองแดงในหน่วยตารางมิลลิเมตรบอกพื้นที่หน้าตัดตัวนำ ส่วนขนาดที่ซีลรอบสายสัมผัสคือเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกฉนวน สายทองแดงเท่ากันอาจมีฉนวนคนละความหนาจึงใช้ซีลเดียวกันไม่ได้โดยอัตโนมัติ ต้องตรวจช่วงเส้นผ่านศูนย์กลางที่ผู้ผลิตระบุพร้อมชนิดสายและขั้ว ไม่ใช้สีของยางเป็นมาตรฐานข้ามตระกูล เพราะสีทำหน้าที่ระบุรุ่นตามระบบของผู้ผลิตนั้น
ฉนวนที่มีรอยกรีด รอยแบน หรือผิวเสียหายในตำแหน่งซีลอาจทำให้เกิดช่องทางรั่ว แม้ขนาดที่วัดเฉลี่ยอยู่ในช่วง การประคองสายให้ไม่ถูกดึงเอียงยังเกี่ยวข้องกับรูปสัมผัสรอบวงด้วย ดังนั้นการเปลี่ยนเป็นสายเส้นใหญ่ขึ้นเพื่อให้รู้สึกแน่นไม่ได้เป็นคำตอบเสมอ อาจทำให้ซีลถูกบีบหรือบิดเกินลักษณะที่ออกแบบ
ตัวอย่างสมมติของช่วงรองรับฉนวน
สมมติข้อมูลชิ้นส่วนในแบบฝึกระบุซีลชนิด ก รองรับเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกสาย 1.6 ถึง 2.0 มิลลิเมตร สายสองตัวเลือกมีพื้นที่ทองแดงเท่ากัน แต่สายแรกวัดภายนอก 1.8 มิลลิเมตร สายที่สอง 2.3 มิลลิเมตร สายแรกอยู่ในช่วง ส่วนสายที่สองเกินขอบบน 2.3 − 2.0 = 0.3 มิลลิเมตร จึงยังเลือกซีลชนิด ก ให้สายที่สองไม่ได้
ถ้าแบบฝึกมีสายอีกเส้นวัด 1.4 มิลลิเมตร จะต่ำกว่าขอบล่าง 1.6 − 1.4 = 0.2 มิลลิเมตร การที่สอดผ่านง่ายไม่ได้แปลว่าปิดทางน้ำได้ สัดส่วนและค่าทั้งหมดในย่อหน้านี้เป็นสมมติ ไม่ใช่ช่วงรองรับของ DTM หรือชิ้นส่วน TE ที่อ้างอิง และไม่ใช้ทำนายแรงกดซีลหรืออัตราการรั่ว เพราะยังไม่มีข้อมูลวัสดุ รูปทรงและการยุบตัว
- ช่วงโจทย์
เส้นผ่านศูนย์กลางฉนวน 1.6–2.0 มิลลิเมตร
- สายแรก
1.8 มิลลิเมตรอยู่ในช่วง
- สายใหญ่
2.3 − 2.0 = 0.3 มิลลิเมตรเกินขอบบน
- สายเล็ก
1.6 − 1.4 = 0.2 มิลลิเมตรต่ำกว่าขอบล่าง
ช่วง 1.6–2.0 มิลลิเมตรเป็นสมมติ ไม่ใช่พิกัดผลิตภัณฑ์
ตรวจระบบก่อนสรุปว่าซีลเสีย
เริ่มจากระบุชนิดเรือนและคู่ประกบให้ตรง ตรวจว่าซีลอยู่ตำแหน่งถูกต้องและไม่พับ แล้วเทียบสายแต่ละช่องกับช่วงรองรับของซีล ดูจำนวนช่องสำรองและชิ้นอุดที่ต้องใช้ด้วย หากมีรอยเสียหายบริเวณทางเข้าสาย ต้องระบุว่าอยู่บนฉนวนหรือบนซีล เพราะแนวทางคืนสภาพต่างกัน การป้ายสารอุดทั่วไปอาจบดบังตำแหน่งเสียและทำให้การถอดซ่อมครั้งถัดไปยากขึ้น
น้ำยาหรือสารหล่อลื่นต้องเป็นชนิดที่ระบบนั้นอนุญาต ไม่ถือว่าสารที่ใช้กับยางชนิดหนึ่งจะเหมาะกับทุกซีล การเปลี่ยนรูปร่างหรือคุณสมบัติของยางอาจไม่ปรากฏทันทีหลังทา และการลื่นมากขึ้นไม่ได้รับรองการป้องกันน้ำ หน้าสินค้าที่ระบุวัสดุเป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อมูล ไม่ใช่การอนุญาตใช้สารเคมีใดก็ได้ร่วมกัน
เงื่อนไขการป้องกันน้ำต้องระบุให้ครบ
คำว่าป้องกันน้ำไม่ใช่คำรับรองทุกสภาวะ เช่น การฉีดแรงดัน การแช่ และการเปลี่ยนอุณหภูมิเป็นเงื่อนไขต่างกัน ต้องยึดข้อกำหนดของชุดประกอบที่ใช้อยู่และวิธีตรวจของผู้ผลิต ไม่ควรฉีดหรือแช่เพื่อทดลองเองโดยไม่มีขั้นตอนรองรับ เพราะอาจทำให้ความชื้นเข้าอุปกรณ์ที่ยังไม่เสีย รวมทั้งไม่ใช่การทดสอบที่ทำซ้ำด้วยเงื่อนไขควบคุมได้
บันทึกควรระบุช่อง สภาพฉนวน ชนิดซีล การประกบ และช่องอุดครบหรือไม่ แทนคำว่ายางดูดีเพียงอย่างเดียว ภาพหลักการจะแสดงทางเข้าหลายตำแหน่งเพื่อให้เห็นว่าซีลต้องครบระบบ ส่วนภาพตัวอย่างจะแยก 1.8 ซึ่งอยู่ในช่วงออกจาก 2.3 และ 1.4 ที่อยู่นอกช่วงอย่างชัดเจน โดยไม่วาดลูกศรว่าน้ำต้องรั่วแน่นอนทุกครั้งที่ขนาดไม่ตรง


