เมื่อจุดกราวด์มีหางปลาหลายชั้น การเห็นว่ายังขันน็อตลงได้ไม่ได้แปลว่ารองรับการเพิ่มอีกเส้นได้ จุดยึดต้องรักษาทั้งทางกระแส แรงกดหน้าสัมผัส ความยาวเกลียวที่ทำงาน และแนวสายที่ไม่ดึงบิดกัน การซ้อนเพิ่มจึงเป็นการเปลี่ยนสภาพการประกอบ ไม่ใช่เพียงเพิ่มรายชื่อโหลด บทนี้ใช้ภาพทางไฟแบบง่ายเพื่อแยกความสูญเสียระหว่างชั้นออกจากความสูญเสียร่วม
หน้าสัมผัสแต่ละชั้นอาจรับกระแสไม่เท่ากัน
สมมติหางปลาบนถ่ายกระแสผ่านหางปลาล่างก่อนถึงฐานตัวถัง หน้าสัมผัสระหว่างสองหางปลารับเฉพาะกระแสของเส้นบน ส่วนหน้าสัมผัสล่างกับฐานรับผลรวมของทั้งสองเส้น จึงไม่ควรนำกระแสรวมไปคูณความต้านทานทุกชั้นเหมือนวงจรอนุกรมเส้นเดียว ต้องวาดจุดที่กระแสแต่ละสายเข้าร่วมก่อน แล้วใช้สมดุลกระแสตามตำแหน่งนั้น
ภาพนี้เป็นเพียงแบบจำลองหนึ่งของจุดซ้อนจริง บางจุดมีเส้นทางผ่านชิ้นส่วนอื่นหรือมีบัสรองรับหางปลาโดยตรง โครงสร้างฮาร์ดแวร์จึงกำหนดว่ากระแสไหลอย่างไร หากยังไม่รู้เส้นทาง ไม่ควรใช้รูปแบบสมมตินี้ไปตัดสินว่าหางปลาบนสุดต้องมีแรงดันตกมากที่สุดทุกกรณี จุดประสงค์คือฝึกถามว่าหน้าสัมผัสใดใช้ร่วมกัน ไม่ใช่สร้างลำดับประกอบสากล
- หางปลาบน
ส่งกระแสของสายบนเข้าสู่ชั้นถัดไป
- รอยต่อระหว่างชั้น
รับเฉพาะกระแสจากชั้นบน
- หางปลาล่าง
รวมกระแสของสายล่างเข้ามา
- รอยต่อฐาน
รับผลรวมกระแสก่อนเข้าตัวถัง
แบบจำลองนี้ให้กระแสไหลผ่านหน้าสัมผัสเรียงชั้น ไม่มีทางสตัดขนาน
จำนวนชั้นเป็นข้อกำหนดเฉพาะของจุดต่อ
ผู้ผลิตอุปกรณ์ต่อสายบางประเภทระบุจำนวนหางปลาที่แนะนำต่อสตัดไว้ เช่นหน้าคำถามของ Blue Sea Systems มีข้อจำกัดในบริบทงานบัสบาร์ทางเรือ ข้อมูลนี้ยืนยันว่าจำนวนชั้นเป็นเรื่องที่ต้องตรวจ แต่ไม่ได้ทำให้ตัวเลขจากงานเรือกลายเป็นค่าที่อนุญาตสำหรับสกรูกราวด์รถทุกจุด รถจริงต้องอ้างจำนวน ลำดับ และฮาร์ดแวร์ที่ผู้ผลิตรถกำหนด
การเพิ่มชั้นยังเปลี่ยนความสูงของชุดประกอบ ทำให้ระยะเกลียวที่น็อตจับและตำแหน่งส่วนย้ำเปลี่ยนไป สายอาจกดทับกันหรือบิดหางปลาไม่ให้แนบราบ แม้หน้าสัมผัสยังนำไฟได้ตอนแรก แรงดึงจากชุดสายและการสั่นอาจทำให้สภาพเปลี่ยนภายหลังได้ การประเมินจึงต้องดูพื้นที่รอบจุดด้วย ไม่ใช้ค่าความต่อเนื่องครั้งเดียวแทนการตรวจงานประกอบทั้งหมด
ตัวอย่างสมมติของหางปลาสองชั้น
กำหนดให้สายบนส่งกระแสกลับคงที่ 2 แอมป์ และสายล่าง 3 แอมป์ในสถานะที่พิจารณา หน้าสัมผัสระหว่างชั้นบนกับล่างมีความต้านทาน 0.03 โอห์ม ส่วนหน้าสัมผัสล่างกับฐานตัวถังมี 0.02 โอห์ม กำหนดฐานเป็นศูนย์อ้างอิงและให้กระแสทั้งหมดผ่านหน้าสัมผัสตามลำดับนี้โดยไม่มีทางผ่านสตัดขนาน เพื่อให้แบบจำลองมีขอบเขตชัด
หน้าสัมผัสล่างรับกระแสรวม 5 แอมป์ จึงมีแรงดันตก 5 คูณ 0.02 เท่ากับ 0.10 โวลต์ หางปลาล่างอยู่ที่บวก 0.10 โวลต์เหนือฐาน ส่วนหน้าสัมผัสระหว่างชั้นรับเพียง 2 แอมป์จึงตกอีก 0.06 โวลต์ หางปลาบนจึงอยู่ที่บวก 0.16 โวลต์เหนือฐาน ความต่างระหว่างหางปลาบนกับล่างคือ 0.06 โวลต์ ไม่ใช่ 0.16 โวลต์
กำลังที่หน้าสัมผัสล่างเท่ากับ 5 ยกกำลังสองคูณ 0.02 เป็น 0.50 วัตต์ ส่วนระหว่างชั้นเท่ากับ 2 ยกกำลังสองคูณ 0.03 เป็น 0.12 วัตต์ แม้ค่าความต้านทานล่างน้อยกว่าแต่มีความร้อนมากกว่า เพราะรับกระแสรวมมากกว่า ตัวเลขนี้แสดงผลของตำแหน่งจุดร่วม ไม่ใช่ค่าความต้านทานจริงหรือกำลังที่ยอมรับได้ของหางปลา
- กระแสที่ฐาน
2 + 3 = 5 แอมป์
- ศักย์ชั้นล่าง
5 × 0.02 = 0.10 โวลต์
- แรงดันระหว่างชั้น
2 × 0.03 = 0.06 โวลต์
- ศักย์ชั้นบน
0.10 + 0.06 = 0.16 โวลต์
กระแสและความต้านทานเป็นสมมติฐาน ไม่ใช่เกณฑ์จำนวนหางปลา
ทำไมเพิ่มโหลดอีกเส้นจึงกระทบเส้นเดิมได้
หากเพิ่มกระแสที่เข้าหางปลาล่าง กระแสในรอยต่อล่างกับฐานจะเพิ่ม ทำให้ทั้งหางปลาล่างและบนยกศักย์พร้อมกัน แม้กระแสเส้นบนไม่เปลี่ยนและหน้าสัมผัสระหว่างชั้นยังดีเท่าเดิม นี่เป็นผลของทางกลับร่วมที่ซ่อนอยู่ในจุดซ้อน การเพิ่มอุปกรณ์เสริมจึงอาจทำให้วงจรเดิมมีอาการโดยไม่มีใครแตะสายของวงจรเดิมโดยตรง
การแก้ด้วยการสลับชั้นอาจเปลี่ยนว่าภาระใดผ่านรอยต่อใด แต่ไม่ทำให้ข้อจำกัดของฐาน แรงกด หรือจำนวนหางปลาหายไป จึงต้องใช้ลำดับที่ออกแบบไว้ ไม่ทดลองเรียงจนค่าแรงดันของโหลดตัวหนึ่งดูดีแล้วถือว่าจบ หากมีความต้องการเพิ่มโหลดจริงต้องพิจารณาจุดกระจายที่รองรับตามระบบ ไม่ถือว่าจุดกราวด์ที่ว่างด้านบนเป็นทรัพยากรไม่จำกัด
หลักฐานก่อนและหลังคืนลำดับประกอบ
ก่อนถอดจุดซ้อนควรบันทึกเส้นที่อยู่แต่ละชั้น ทิศออกของสาย แหวนและน็อตที่ใช้ รวมถึงรอยกดหรือรอยร้อนที่พบ การรื้อโดยไม่เก็บข้อมูลทำให้ตามไม่เจอว่ามีการเพิ่มชั้นหรือใช้ชิ้นส่วนผิดตำแหน่งหรือไม่ หากเป็นงานที่ต้องตัดแหล่งจ่ายให้ปฏิบัติตามขั้นตอนของรถ รวมเงื่อนไขการพักระบบก่อนแตะจุดต่อ ไม่ใช้บทฝึกนี้เป็นคำสั่งถอดขณะมีกระแส
หลังคืนสภาพต้องตรวจแรงดันคร่อมช่วงที่เกี่ยวข้องในโหลดที่กำหนด พร้อมดูว่าหางปลาแนบและสายไม่ดึงบิดกัน ผลที่ควรสื่อสารคือชั้นใดรับกระแสของใคร ช่วงใดเป็นส่วนร่วม และคืนสภาพตามข้อมูลใด ไม่ควรรายงานเพียงขันกราวด์แน่นแล้ว เพราะยังไม่บอกว่าลำดับและหน้าสัมผัสถูกต้องหรือไม่ การเข้าใจเส้นทางกระแสในแต่ละชั้นทำให้เห็นข้อจำกัดที่การนับจำนวนหางปลาอย่างเดียวอธิบายไม่ได้


