เมื่อเปิดอุปกรณ์หนึ่งแล้วอีกตัวแสดงค่าเปลี่ยน เราอาจนึกถึงสายสัญญาณรบกวนกัน แต่มีอีกกลไกที่ไม่ต้องอาศัยการเหนี่ยวนำเลย คือกระแสทั้งสองใช้ทางกลับบางช่วงร่วมกัน ความต้านทานของช่วงร่วมนั้นทำให้จุดอ้างอิงขยับตามผลรวมกระแส การแยกกราวด์ร่วมออกมาเป็นตัวต้านทานหนึ่งตัวจึงช่วยให้เห็นสาเหตุเชิงวงจรได้ก่อนพิจารณาปรากฏการณ์ความถี่สูง
ช่วงที่ร่วมกันต้องรับผลรวมกระแส
ให้โหลดสองตัวมีสายกลับคนละเส้นมาถึงจุดรวม จากจุดรวมนั้นมีสายเส้นเดียวกลับขั้วลบ สายแต่ละแขนงรับกระแสของตัวเอง แต่สายร่วมรับผลรวมตามสมดุลที่จุดต่อ หากความต้านทานสายร่วมคงที่ แรงดันของจุดรวมเมื่อเทียบขั้วลบเท่ากับผลรวมกระแสคูณความต้านทานนี้ การเปิดโหลดเพิ่มจึงเปลี่ยนจุดอ้างอิงที่โหลดเดิมใช้อยู่ได้
คำว่าร่วมไม่ได้หมายความว่าปลั๊กต้องอยู่ใกล้กัน อุปกรณ์คนละส่วนของรถอาจกลับมารวมที่รอยต่อเดียวกัน ในทางกลับกันอุปกรณ์ติดกันอาจใช้สายกลับแยกถึงกล่องควบคุม การอ่านจากตำแหน่งจริงเพียงอย่างเดียวจึงไม่พอ ต้องเห็นจุดรวมในผังและเส้นทางหลังจุดรวมด้วย หากจุดที่คิดว่าร่วมจริง ๆ เชื่อมผ่านตัวต้านทานอีกช่วง แบบจำลองต้องเพิ่มองค์ประกอบนั้น
- กระแสแขนง
โหลดแต่ละตัวส่งกระแสสู่จุดรวม
- กระแสร่วม
รวมกระแสทุกแขนงที่เปิดอยู่
- กราวด์ยกศักย์
แรงดันจุดรวม = กระแสร่วม × ความต้านทาน
- ผลที่ปลายทาง
ไฟเลี้ยงลดหรือค่าอ้างอิงต่างกัน
ช่วงหลังจุดรวมเป็นส่วนที่โหลดทั้งสองใช้ร่วมกัน
ผลต่อไฟเลี้ยงต่างจากผลต่อข้อมูลสัญญาณ
โหลดที่รับไฟบวกจากแหล่งจ่ายคงที่แต่ใช้กราวด์ร่วมที่ยกขึ้นจะได้รับแรงดันคร่อมตัวเองลดลง ส่วนสัญญาณที่สร้างแรงดันเทียบกราวด์เฉพาะที่อาจถูกเครื่องรับซึ่งอ้างอิงกราวด์อีกจุดอ่านสูงขึ้น ผลสองแบบนี้เกิดจากความต่างศักย์เดียวกันแต่ทิศการเปลี่ยนค่าที่สังเกตอาจตรงข้าม จึงต้องระบุว่าเรากำลังดูแรงดันคร่อมโหลดหรือค่าที่เครื่องรับเห็น
บทความของ Analog Devices อธิบายว่ากระแสในทางกลับร่วมสามารถสร้างแรงดันรบกวนจุดอ้างอิงได้ บทนี้นำหลักดังกล่าวมาใช้กับแบบจำลองกระแสตรงเท่านั้น ระบบจริงที่อ่านแบบต่างศักย์หรือใช้สัญญาณดิจิทัลอาจมีการทนต่อความต่างกราวด์และวิธีตีความต่างกัน จึงห้ามเอาสูตรบวกแรงดันอย่างง่ายไปใช้เป็นการแปลงค่าของเซ็นเซอร์ทุกชนิดโดยไม่อ่านวงจรอินพุต
ตัวอย่างสมมติที่กำหนดกระแสโหลดชัดเจน
กำหนดแหล่งจ่ายคงที่ 12 โวลต์ มีโหลดควบคุมกระแสสองตัวซึ่งในช่วงแรงดันของโจทย์ดึง 1 แอมป์และ 3 แอมป์ สายกลับแยกไม่มีความสูญเสีย แต่หลังจุดรวมมีความต้านทาน 0.1 โอห์ม เมื่อเปิดเฉพาะตัวแรก กระแสร่วม 1 แอมป์ทำให้จุดรวมสูงกว่าขั้วลบ 0.1 โวลต์ ตัวแรกจึงรับแรงดัน 11.9 โวลต์ เรากำหนดพฤติกรรมโหลดเช่นนี้เพื่อไม่ต้องสมมติกระแสคงที่ให้กับตัวต้านทาน
เมื่อเปิดตัวที่สองด้วย กระแสร่วมเป็น 4 แอมป์ จุดรวมจึงสูงขึ้นเป็น 0.4 โวลต์ โหลดทั้งสองรับแรงดัน 11.6 โวลต์ หากวงจรสร้างสัญญาณอุดมคติส่งออก 2.0 โวลต์เหนือจุดรวมและกินกระแสจนละได้ เครื่องรับอินพุตสูงที่อ้างอิงขั้วลบจะเห็น 2.4 โวลต์ ความต่าง 0.4 โวลต์คิดเป็นร้อยละ 20 ของค่า 2.0 โวลต์ นี่เป็นความคลาดเคลื่อนแรงดันในโจทย์ ไม่ใช่ความคลาดเคลื่อนอุณหภูมิหรือความดัน
หากเครื่องรับอ้างอิงจุดรวมเดียวกันจริงและไม่มีความสูญเสียเพิ่มเติม จะยังอ่านสัญญาณ 2.0 โวลต์ แต่ไฟเลี้ยงที่คร่อมวงจรนั้นยังลดลงเป็น 11.6 โวลต์อยู่ การแบ่งสองผลออกจากกันช่วยไม่ให้สรุปว่าทุกค่าต้องเพี้ยนเท่ากัน หรือกราวด์ร่วมยกแล้วกล่องต้องหยุดเสมอ ตัวเลขทั้งหมดเป็นวงจรสมมติและไม่มีข้อสรุปเรื่องขีดจำกัดการทำงานของอุปกรณ์จริง
- เปิดตัวแรก
1 × 0.1 = 0.1 โวลต์
- เปิดทั้งคู่
(1 + 3) × 0.1 = 0.4 โวลต์
- ไฟคร่อมโหลด
12 − 0.4 = 11.6 โวลต์
- อ่านเทียบขั้วลบ
2.0 + 0.4 = 2.4 โวลต์
สมมติโหลดควบคุมกระแสและสัญญาณ 2.0 โวลต์ ไม่ใช่สเปกเซ็นเซอร์
ใช้การเปลี่ยนสถานะช่วยแยกส่วนร่วม
ในบันทึกการทดสอบให้เทียบอย่างน้อยสถานะโหลดเดิมทำงานลำพังกับสถานะที่เพิ่มโหลดอีกตัว โดยรักษาจุดอ้างอิงมิเตอร์เดิม การเปลี่ยนของแรงดันจุดรวมพร้อมกระแสรวมช่วยชี้ว่าช่วงร่วมมีบทบาท แต่ยังต้องวัดด้านจ่ายเพราะแหล่งจ่ายหรือสายบวกอาจเปลี่ยนพร้อมกัน การบันทึกเพียงค่าที่เซ็นเซอร์แสดงทำให้แยกสาเหตุสองด้านนี้ไม่ได้
ต้องระวังว่าเวลาที่เปิดโหลดอีกตัว กล่องอาจตั้งใจเปลี่ยนคำสั่งควบคุมด้วย เช่นปรับการชดเชยตามสถานะการทำงาน ความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดโหลดกับค่าที่เปลี่ยนจึงเป็นจุดเริ่มตรวจ ไม่ใช่หลักฐานว่าทางกลับเสียแน่นอน เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลควรเก็บทั้งแรงดันที่เกี่ยวข้องและเงื่อนไขการควบคุม ไม่สร้างเหตุผลจากอาการอย่างเดียว
ไม่แก้จุดอ้างอิงด้วยการเชื่อมสายตามใจ
การเพิ่มสายเชื่อมกราวด์สัญญาณเข้าตัวถังอาจลดแรงดันที่วัดบางจุด แต่ก็เปลี่ยนทางกระแสและอาจส่งกระแสกำลังเข้าเส้นที่ไม่ได้ออกแบบไว้ ดังนั้นผลที่ดูดีขึ้นไม่ใช่การรับรองรูปแบบการต่อใหม่ การคืนสภาพช่วงร่วมที่ผิดปกติตามผังกับการออกแบบกราวด์ใหม่เป็นคนละงาน และต้องใช้หลักฐานคนละระดับ
ก่อนสรุปควรตอบให้ได้ว่าจุดอ้างอิงใดขยับเมื่อเทียบกับจุดใด กระแสอะไรไหลในช่วงที่ร่วม และผลปรากฏที่ไฟเลี้ยงหรือข้อมูล หากตอบครบจะอธิบายได้ว่าทำไมโหลดหลายตัวมีอาการสัมพันธ์กันโดยยังแยกข้อเท็จจริงจากแบบจำลองได้ ถ้ายังไม่รู้ชนิดอินพุตของกล่อง ให้สรุปเฉพาะแรงดันที่วัดได้ ไม่แปลงต่อเป็นค่าทางกายภาพที่ไม่มีสมการรองรับ


