เมื่อขยายช่วงเวลาบันทึกแล้วเห็นสัญญาณแกว่งช้าปรากฏขึ้น อย่าเพิ่งสรุปว่าแหล่งจ่ายหรืออุปกรณ์กำลังสั่นด้วยความถี่นั้น ออสซิลโลสโคปดิจิทัลบันทึกแรงดันเป็นจุดตามเวลา ถ้าเก็บจุดห่างเกินไป สัญญาณเร็วกว่านั้นอาจแสดงเป็นคลื่นช้าที่ดูสมเหตุสมผลได้ ปัญหานี้เรียกว่า aliasing หรือการพับความถี่ และทำให้การตั้งสมมติฐานเรื่องสาเหตุผิดทางตั้งแต่ต้นได้แม้ภาพบนจอจะดูนิ่ง
เหตุใดจุดตัวอย่างจึงเล่าเรื่องคนละความถี่กับต้นฉบับ
ให้ fs เป็นอัตราสุ่มตัวอย่าง หน่วยตัวอย่างต่อวินาที ช่วงห่างระหว่างจุดคือ 1/fs สัญญาณที่มีองค์ประกอบเกินครึ่งหนึ่งของ fs สามารถพับกลับเข้ามาในช่วงความถี่ที่ข้อมูลดิจิทัลแสดงได้ การแยกองค์ประกอบให้ถูกต้องจึงต้องจำกัดความถี่ก่อนเก็บข้อมูลและเลือก fs สูงพอ ไม่ใช่ดูความถี่หลักเพียงตัวเดียว สำหรับสัญญาณพัลส์ ขอบที่เร็วมีองค์ประกอบความถี่สูงกว่าความถี่ซ้ำของพัลส์มาก
กฎสุ่มตัวอย่างมากกว่าสองเท่าของความถี่สูงสุดตั้งอยู่บนเงื่อนไขสัญญาณจำกัดแถบและการสร้างคืนอย่างเหมาะสม ไม่ใช่คำรับรองว่ามีสองจุดต่อคาบแล้ววัดยอดหรือขอบได้ดีทุกกรณี การเก็บตรงสองเท่าพอดียังมีปัญหาจากเฟส เช่น จุดทั้งหมดอาจตกบนจุดผ่านศูนย์ของไซน์ ในงานวัดจึงต้องเผื่ออัตราตามรายละเอียดที่ต้องการและข้อแนะนำของระบบ ไม่ตั้งแค่ให้ตัวเลขผ่านขอบทฤษฎี
- คลื่นต้นทาง
สัญญาณเปลี่ยนระหว่างจุดที่เครื่องเก็บได้
- สุ่มตัวอย่าง
อัตราเก็บต่ำทำให้พลาดรายละเอียดระหว่างจุด
- รูปที่เห็น
จุดที่เก็บอาจเรียงเหมือนคลื่นช้ากว่าต้นทาง
- ตรวจซ้ำ
เพิ่มอัตราเก็บและตรวจแบนด์วิดท์ก่อนยืนยันความถี่จากภาพ
ความถี่ที่ดูช้าอาจเกิดจากการสุ่มไม่ทัน ไม่ใช่การเปลี่ยนของแหล่งจริง
ตัวอย่างสมมติ: ไซน์ 9 kHz ดูเหมือนคลื่น 1 kHz
สมมติเครื่องกำเนิดแรงดันต่ำส่งไซน์บริสุทธิ์ 9 kHz เข้าระบบเก็บที่ 10 kS/s แต่ภาคอนาล็อกยังปล่อยสัญญาณนี้ผ่าน ตัวอย่างเกิดห่างกัน 100 µs ขณะที่คาบของสัญญาณจริงประมาณ 111.11 µs ในแต่ละครั้งการเก็บจึงเลื่อนไปเกือบหนึ่งรอบ เมื่อดูจากลำดับจุดจะสอดคล้องกับคลื่น 1 kHz ที่มีทิศเฟสต่างได้ ความถี่พับกลับในกรณีนี้คำนวณจาก |9 − 10| = 1 kHz ไม่ใช่หลักฐานว่าเครื่องกำเนิดมีสัญญาณช้า 1 kHz จริง
หากคงไซน์ 9 kHz แล้วเปลี่ยน fs เป็น 12 kS/s ค่าที่พับเข้าช่วงศูนย์ถึง 6 kHz จะเป็น |9 − 12| = 3 kHz ความถี่ช้าปลอมจึงย้ายตามการตั้งเครื่อง ขณะที่เมื่อเก็บที่ 100 kS/s จะมีประมาณ 11.1 ตัวอย่างต่อคาบและไซน์ 9 kHz อยู่ต่ำกว่าครึ่งอัตราสุ่มมากขึ้น ตัวเลขนี้เหมาะเป็นการทดลองสังเกตแนวโน้ม ไม่ใช่ข้อกำหนดว่าจำนวนจุดเท่านี้พอสำหรับงานวัดความแม่นยำทุกประเภท
| อัตราสุ่มสมมติ | ครึ่งอัตราสุ่ม | สิ่งที่คาดจากไซน์ 9 kHz |
|---|---|---|
| 10 kS/s | 5 kHz | พับกลับเป็น 1 kHz ได้ |
| 12 kS/s | 6 kHz | พับกลับเป็น 3 kHz ได้ |
| 100 kS/s | 50 kHz | ไม่พับจากองค์ประกอบ 9 kHz นี้ |
นำไปใช้ตรวจการบันทึกที่ยาวขึ้นแล้วรูปคลื่นเปลี่ยน
เครื่องบางรุ่นลดอัตราสุ่มเมื่อขยายช่วงเวลาเพื่อให้ข้อมูลพอดีกับหน่วยความจำ จึงต้องอ่านอัตราที่ใช้จริงหลังปรับฐานเวลา ไม่ใช้ค่าสูงสุดที่พิมพ์บนเครื่อง สมมติใช้หน่วยความจำหนึ่งล้านจุด ถ้าระยะจุด 1 µs จะครอบคลุมเวลาประมาณหนึ่งวินาที แต่หากต้องการสิบวินาทีด้วยจำนวนจุดเท่าเดิม ระยะจุดจะเพิ่มเป็นประมาณ 10 µs และอัตราเหลือ 100 kS/s ทั้งนี้เวลาจากจุดแรกถึงจุดสุดท้ายเท่ากับ (N−1)/fs ส่วน N/fs เป็นความยาวโดยประมาณที่ใช้วางแผน
- เก็บภาพรวมพร้อมอัตราสุ่มจริง จำนวนจุด โหมดเก็บข้อมูล และจำนวนช่องที่เปิดใช้งาน
- คงแหล่งทดลองเดิม แล้วลดช่วงเวลาที่เก็บหรือเพิ่มหน่วยความจำตามความสามารถเครื่องเพื่อเพิ่มอัตราสุ่ม
- ตรวจว่าความถี่ที่สงสัยเปลี่ยนตาม fs หรือไม่ พร้อมดูข้อมูลจุดจริงเมื่อเครื่องรองรับ
- เทียบกับสัญญาณอ้างอิงที่ทราบความถี่จากเครื่องกำเนิดแรงดันต่ำ โดยตรวจการตั้งโหลดเอาต์พุตให้ตรงกับการต่อ
- หากต้องดูแนวโน้มช้า ให้ประเมินการกรองก่อนเก็บข้อมูลอย่างเหมาะสมและระบุว่ารายละเอียดเร็วถูกตัดออก
- ต้นทาง
คลื่นไซน์ 9 kHz คงเดิมตลอดการเปรียบเทียบ
- เก็บ 10 kS/s
ความถี่พับกลับปรากฏ 1 kHz จาก |9−10|
- เก็บ 12 kS/s
ความถี่พับกลับปรากฏ 3 kHz จาก |9−12|
- เพิ่มเป็น 100 kS/s
มีตัวอย่างต่อคาบมากขึ้น ใช้ตรวจร่วมกับข้อจำกัดทางเข้าของเครื่อง
ตัวอย่างสมมติแสดงการเปลี่ยนความถี่ปรากฏเมื่อเปลี่ยนอัตราสุ่ม
ข้อผิดพลาดที่การทำภาพให้สวยแก้ไม่ได้
การเชื่อมจุดด้วยเส้นโค้งเป็นการประมาณค่าระหว่างจุด ไม่ใช่การเพิ่มตัวอย่างที่เก็บทันจริง ภาพที่โค้งเรียบจึงอาจเป็น alias ที่ดูน่าเชื่อถือ ส่วนการกรองตัวเลขหลังความถี่พับแล้วอาจลบคลื่นที่เห็นได้ แต่ไม่สามารถบอกโดยทั่วไปว่าก่อนเก็บมันเป็นความถี่ใด การป้องกันควรเริ่มที่ความถี่ที่เข้าภาคแปลงและอัตราสุ่ม ไม่ฝากความหวังไว้กับการแต่งกราฟหลังบันทึก
อย่าสับสนระหว่างทริกเกอร์กับอัตราสุ่ม ทริกเกอร์กำหนดตำแหน่งอ้างอิงของเหตุการณ์ ส่วน fs กำหนดระยะข้อมูลภายในบันทึก ภาพที่ทริกเกอร์จับนิ่งยังเก็บไม่ทันได้ และโหมดเฉลี่ยหลายรอบอาจทำให้สิ่งผิดปกติดูนิ่งขึ้นอีก หากต้องจับเหตุการณ์ครั้งเดียวต้องใช้วิธีเก็บที่เหมาะกับครั้งเดียวนั้น การประกอบภาพจากสัญญาณที่เกิดซ้ำไม่ใช่หลักฐานทดแทนของเหตุการณ์ที่ไม่ซ้ำ
ตรวจสอบผลด้วยหลายอัตราโดยไม่เปลี่ยนวงจรไปพร้อมกัน
ให้บันทึกอย่างน้อยสองอัตราที่ต่างกันชัดเจนและใช้สัญญาณทดลองเดิม หากความถี่ที่เห็นย้ายตามรูปแบบที่คำนวณได้ จะสนับสนุนข้อสงสัยเรื่อง aliasing แต่ยังควรตรวจว่าตัวสร้างสัญญาณไม่ได้เปลี่ยนเอง หากคลื่นช้ายังคงเดิมที่อัตราสูงพอ ก็ไม่ได้พิสูจน์ทันทีว่าเป็นเหตุการณ์จริงทั้งหมด เพราะอาจมีองค์ประกอบเร็วกว่าที่กำลังพิจารณาหรือมีการลดจำนวนจุดในทางส่งออก ต้องตรวจลำดับการเก็บและการแสดงครบ
เมื่อส่งออกข้อมูล คำนวณช่วงห่างเวลาระหว่างแถวเพื่อเช็ก fs ของไฟล์ หากไม่สม่ำเสมออย่านำสูตรสุ่มสม่ำเสมอไปใช้ทันที และหากไฟล์มีจุดน้อยกว่าหน่วยความจำเครื่องมาก ให้ตรวจว่าเป็นข้อมูลดิบหรือข้อมูลลดจำนวนสำหรับหน้าจอ การวิเคราะห์ความถี่จากภาพหรือไฟล์ที่ผ่านการลดจุดอาจตอบคำถามคนละชุดกับการวิเคราะห์บันทึกต้นฉบับ
ข้อสรุปที่เหมาะสมเมื่อพบคลื่นต้องสงสัย
รายงานควรบอกทั้งสิ่งที่เห็นและเงื่อนไข เช่น พบคลื่นแสดงผล 1 kHz ที่ fs 10 kS/s แต่ย้ายเป็น 3 kHz เมื่อเปลี่ยน fs เป็น 12 kS/s ภายใต้ไซน์ทดลอง 9 kHz คงเดิม จึงสอดคล้องกับความถี่พับกลับ วิธีเขียนนี้ทำให้ผู้ตรวจตามเหตุผลได้ โดยไม่ประกาศว่ามีความถี่ผิดปกติในวงจรจากภาพเดียว หากข้อมูลเดิมเก็บไม่ทันและไม่มีทางทำซ้ำ ควรระบุว่าจำแนกต้นฉบับไม่ได้จากบันทึกนี้ แทนการเดาความถี่จริงย้อนกลับเพียงค่าเดียว


