ความละเอียดบนแกนเวลาอาจมาจากหลายเหตุการณ์
Equivalent-time sampling เก็บข้อมูลจากสัญญาณที่เกิดซ้ำ แล้วจัดจุดตามตำแหน่งเวลาที่สัมพันธ์กับทริกเกอร์เพื่อประกอบภาพหนึ่งภาพ วิธีนี้ทำให้มองรายละเอียดของสัญญาณซ้ำได้โดยไม่จำเป็นต้องเก็บจุดทุกตำแหน่งภายในการเกิดครั้งเดียว แต่ความหมายของภาพต่างจาก real-time เพราะแต่ละตำแหน่งอาจมาจากคนละรอบ จึงต้องยืนยันว่าสัญญาณซ้ำมีลักษณะเหมาะกับสิ่งที่จะอนุมาน
คำว่าจุดห่างกันน้อยบนภาพจึงไม่ได้เท่ากับช่วงระหว่างการอ่านจริงของฮาร์ดแวร์ทุกครั้ง อัตราสุ่มสมมูลและอัตราสุ่มจริงตอบคนละเรื่อง ถ้าต้องตรวจเหตุการณ์เริ่มครั้งเดียวหรือพัลส์ที่รูปเปลี่ยนสุ่ม การใช้ค่าความละเอียดสมมูลมาอ้างว่าจับครั้งเดียวได้ละเอียดเท่านั้นจะผิดเงื่อนไข ต้องตรวจโหมดรับของเครื่องและชนิดอัตราที่รายงาน
- รอบสัญญาณ
ใช้เหตุการณ์ซ้ำเป็นแหล่งข้อมูลหลายครั้ง
- ตำแหน่งเวลา
จัดจุดตามระยะสัมพันธ์กับทริกเกอร์
- ภาพผสม
ความแปรผันระหว่างรอบอาจปรากฏเหมือนรายละเอียดภายในรอบ
- ตรวจซ้ำ
ใช้ข้อมูลรายรอบตรวจการสลับระดับและจิตเตอร์ก่อนตีความ
ต้องตรวจว่าสัญญาณซ้ำและจุดทริกเกอร์สอดคล้องกัน
สองแนวทางจัดตำแหน่งจุด
วิธีแบบ sequential equivalent-time เพิ่มระยะหน่วงจากทริกเกอร์ทีละขั้น แล้วนำค่าของแต่ละรอบไปวางต่อกันตามระยะหน่วง ส่วน random equivalent-time ใช้ความสัมพันธ์เวลาของจุดที่เก็บกับทริกเกอร์เพื่อจัดตำแหน่งภายหลัง รายละเอียดการเก็บก่อนทริกเกอร์ จำนวนจุดต่อรอบ และข้อจำกัดแบนด์วิดท์ขึ้นกับสถาปัตยกรรม จึงไม่ควรเอาพฤติกรรมหนึ่งแบบมาอธิบายเครื่องทุกชนิด
สิ่งที่ทั้งสองแนวคิดต้องการคือจุดอ้างอิงเวลาที่สอดคล้องกับลักษณะสัญญาณที่ศึกษา หากทริกเกอร์จับคนละขอบหรือมีหลายรูปแบบสลับกัน ภาพที่รวมอาจปะปน การทำให้ภาพนิ่งด้วยการเลือกทริกเกอร์จึงเป็นส่วนของการกำหนดประชากรเหตุการณ์ที่นำมารวม ไม่ใช่เพียงจัดเส้นให้หยุดวิ่งบนหน้าจอ
ตัวอย่างสมมติของการประกอบสิบจุด
สมมติแหล่งฝึกสร้างพัลส์รูปเดิมทุก 1 ms และระบบแบบ sequential เก็บหนึ่งจุดต่อทริกเกอร์ โดยเพิ่มเวลาหน่วงทีละ 10 ns รอบแรกเก็บที่ 0 ns รอบที่สองที่ 10 ns และต่อไปจนรอบที่สิบที่ 90 ns จะได้สิบจุดครอบคลุมระยะจากจุดแรกถึงสุดท้าย 90 ns แม้การเกิดสิบรอบใช้เวลาจริงประมาณสิบมิลลิวินาทีเมื่อรวมการรอรอบ
ระยะจากทริกเกอร์แรกถึงทริกเกอร์ที่สิบในตัวอย่างคือ 9 ms ไม่ใช่ 90 ns ตัวเลข 90 ns เป็นตำแหน่งภายในรูปคลื่นซ้ำที่นำมาจัดเรียง ส่วน 9 ms เป็นเวลาระหว่างเหตุการณ์ที่ให้ข้อมูล ความต่างของสองแกนนี้เป็นหัวใจของการอ่านผล และต้องไม่เรียกจุดทั้งสิบว่าเก็บอยู่ในช่วง 90 ns เดียวกันของเหตุการณ์หนึ่งครั้ง
หากพัลส์รอบคี่มีระดับ 1.0 V แต่รอบคู่เป็น 0.8 V และตำแหน่งตัวอย่างตกบนยอดทั้งสองแบบ ภาพที่นำจุดมาสลับกันอาจแสดงลักษณะฟันขึ้นลงที่ไม่ได้มีในพัลส์แต่ละรอบจริง การเปลี่ยนแปลงระหว่างรอบถูกแปลงให้ดูเหมือนการเปลี่ยนตามเวลาภายในรอบ การเพิ่มจำนวนจุดโดยไม่แยกสองแบบอาจทำให้ภาพดูละเอียดขึ้นแต่ยังตีความผิดอยู่
- รอบแรก
เก็บตำแหน่ง0 nsจากทริกเกอร์
- รอบถัดไป
เพิ่มหน่วงทีละ10 ns หนึ่งจุดต่อรอบ
- รอบสิบ
เก็บที่90 nsในรูปคลื่นซ้ำ
- เวลาจริง
ทริกเกอร์แรกถึงที่สิบห่าง9 ms ต่างจากช่วงตำแหน่ง90 ns
ตัวอย่างสมมติ sequential sampling กับพัลส์ซ้ำทุก1 ms
จิตเตอร์และความเสถียรที่ต้องตรวจ
จิตเตอร์สัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์กับทริกเกอร์ทำให้ตำแหน่งขอบกระจาย เมื่อประกอบหรือเฉลี่ยจุดอาจเห็นขอบกว้างขึ้น แม้แต่ละรอบไต่เร็ว การใช้ภาพผสมหาเวลาไต่ของแต่ละรอบจึงต้องระวัง ต้องแยกความแปรผันเวลาออกจากรูปขอบภายในรอบ และตรวจความไม่แน่นอนของฐานเวลากับทริกเกอร์ด้วย
ความเสถียรด้านแอมพลิจูดก็สำคัญ หากระดับค่อย ๆ ลดระหว่างเวลาจริงที่ใช้รวบรวมภาพ จุดต้นและจุดท้ายอาจมาจากระดับพื้นฐานต่างกัน ภาพจะมีแนวลาดที่สะท้อนการเปลี่ยนระหว่างรอบ ไม่ใช่การยุบภายในพัลส์เดียว ควรตรวจแอมพลิจูดและรูปแบบด้วยวิธีที่รักษาข้อมูลรายรอบ เช่น real-time ที่มีความสามารถพอสำหรับภาพรวม ก่อนใช้ภาพสมมูลอธิบายรายละเอียด
- ยืนยันว่าสัญญาณเกิดซ้ำและชนิดเหตุการณ์ที่ทริกเกอร์เลือกตรงกัน
- ตรวจว่าเครื่องใช้ equivalent-time แบบใดและค่าความละเอียดที่รายงานหมายถึงอะไร
- เก็บภาพรวมรายรอบเพื่อหาการสลับระดับ ความกว้าง หรือการเปลี่ยนช้าระหว่างการรวบรวม
- ใช้โหมดสมมูลเฉพาะรายละเอียดที่สมมติฐานการซ้ำรองรับ
- กำกับในภาพและรายงานว่าจุดถูกประกอบจากหลายรอบ ไม่ใช่บันทึกครั้งเดียว
ข้อผิดพลาดเมื่อใช้กับอาการหายาก
พัลส์ผิดปกติที่เกิดเพียงรอบเดียวอาจถูกพลาด ได้มาเพียงบางจุด หรือทำให้ภาพรวมปนกับรอบปกติ การไม่เห็นรอยผิดปกติในภาพสมมูลจึงไม่ใช่หลักฐานว่าไม่มีเหตุการณ์หายาก ถ้าโจทย์คือค้นพัลส์ครั้งเดียว ต้องใช้ระบบรับที่รองรับเหตุการณ์นั้นโดยตรงและประเมินช่วงพร้อมรับ ไม่พึ่งภาพประกอบที่ออกแบบเพื่อคลื่นซ้ำ
การเก็บหลายรอบยังไม่เท่ากับการเฉลี่ยคลื่นเสมอไป บางระบบนำจุดต่างตำแหน่งมาเติมโดยไม่เฉลี่ย ส่วนบางโหมดใช้ทั้งการประกอบและการเฉลี่ยร่วมกัน ต้องอ่านกระบวนการจริงก่อนอธิบายว่าเสียงรบกวนลดเพราะเหตุใด ไม่สรุปว่าจำนวนรอบมากขึ้นทำให้ขอบต้นทางมีความแน่นอนขึ้นโดยอัตโนมัติ
ถ้าบันทึกภาพเดียวไม่มีข้อมูลโหมดรับและชนิดอัตราสุ่ม ผู้ตรวจอาจเข้าใจว่าเป็น real-time โดยเฉพาะเมื่อค่าหน้าจอแสดงหน่วยสูงมาก การส่งออกจึงควรเก็บสถานะเครื่องและข้อมูลว่าจำนวนรอบเกี่ยวข้องอย่างไร หากข้อมูลเดิมไม่พอแยกชนิดการรับ ให้จำกัดข้อสรุปหรือเก็บใหม่ ไม่ใช้ความเรียบของภาพทายวิธีที่เครื่องเก็บ
ตรวจสมมติฐานด้วยการทำให้รอบแตกต่างอย่างควบคุม
ในชุดฝึกแรงดันต่ำที่กำหนดรูปคลื่นได้ ลองเปรียบเทียบลำดับรอบเหมือนกันกับลำดับสลับระดับตามตัวอย่าง โดยคงระบบวัดเดิม ตรวจว่าภาพสมมูลแสดงส่วนผสมอย่างไรและ real-time แยกรอบได้อย่างไร การทดลองนี้ทำให้เห็นข้อจำกัดของภาพรวมโดยไม่ต้องใช้เหตุการณ์ผิดปกติจากรถจริง และควรเลือกขนาดสัญญาณให้ทุกส่วนอยู่ในพิกัด
เมื่อรายงานรายละเอียดจากสัญญาณซ้ำ ให้ระบุว่าพบความสม่ำเสมอรายรอบระดับใด ระยะเวลารวบรวม และวิธีจัดตำแหน่งกับทริกเกอร์ ตัวอย่างสิบจุดห่าง 10 ns จึงควรเล่าว่าเป็นตำแหน่งในคลื่นซ้ำสิบรอบ ไม่ใช่เครื่องได้บันทึกความต่อเนื่อง 90 ns ของพัลส์ครั้งเดียว การอธิบายที่มาจุดช่วยให้ผู้ใช้ภาพรู้ว่าจะนำผลไปใช้กับโจทย์ใดได้


